บริษัท ออลล์อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL ลงนามในสัญญาแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน(IPO) พร้อมทั้ง แต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Lead Underwriter) เปิดเผยว่า การกำหนดราคา IPO ของ ALL ที่ระดับราคา 4.90 บาท/หุ้น ถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจและโอกาสการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคตเนื่องจาก ALL มีความโดดเด่นในการมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพในพื้นที่ที่มีศักยภาพโดยเฉพาะแนวระบบขนส่งมวลชนหลักของกรุงเทพฯ เช่น BTS และ MRTซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริงจึงทำให้ทุกโครงการของบริษัทได้รับการตอบรับที่ดียอดขายมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและส่งผลให้ ALL ที่พึ่งก่อตั้งขึ้นในปี2556 สามารถเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ โดยใช้เวลาเพียง 6 ปี ทั้งนี้ มั่นใจว่าหุ้นALL จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน
สำหรับราคาดังกล่าวถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งมีระดับ P/E ประมาณ 8.03 เท่าโดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากกำไรสุทธิตามงบการเงินปี 2561ของบริษัทฯ ซึ่งเท่ากับ 343.41 ล้านบาทหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้(Fully diluted) ซึ่งเท่ากับ 560 ล้านหุ้น(มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.61 บาทโดยเมื่อเทียบกับบริษัทจดทะเบียนที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของกลุ่มบริษัทในตลาดเอ็ม เอ ไอ มีระดับ P/E เฉลี่ยประมาณ 10.70 เท่า โดยบริษัทฯ เตรียมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 26 เมษายน และ คาดว่าหุ้น ALL จะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ได้ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ ALL เสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกจำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 26.79% ของจำนวนหุ้นหลัง IPO ซึ่งปัจจุบัน ALL มีทุนจดทะเบียนจำนวน 560 ล้านบาท และมีทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 410 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410 ล้านหุ้น โดยมีวัตถุประสงค์ระดมทุน เพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทโดยเฉพาะการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นหลักรวมถึงเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานในอนาคต
นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่าบมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มีความโดดเด่นในการมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพครอบคลุมกลุ่มลูกค้าในทุกเซกเมนต์ ซึ่งการันตีได้จากยอดขายที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องส่งผลให้บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งด้านสถานะทางการเงิน จะเห็นได้จากผลการดำเนินงาน ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2559 2561กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม จำนวน 420 ล้านบาท, 714 ล้านบาท และ 2,343 ล้านบาท ตามลำดับและในช่วงเวลาเดียวกันกลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 11ล้านบาท, 81 ล้านบาท และ 343 ล้านบาท ตามลำดับซึ่งจากอัตราการเติบโตของบริษัทฯ แสดงถึงสถานะทางการเงินและการเติบโตของบริษัทฯที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ของบริษัทฯ มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 2.72 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 54.50ในปี 2561 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัท และจากศักยภาพของธุรกิจยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศในอนาคต
ด้าน นายธนากร ธนวริทธิ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่าบริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ในการตั้งเป้าสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศติดอันดับ1 ใน 10เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ถือหุ้นคู่ค้า พนักงาน เป็นต้น โดยการเข้าระดมทุนในครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้ "ALL"สามารถสยายปีกในการต่อยอดธุรกิจและจะทำให้บริษัทฯสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากตลาดเงินและตลาดทุนสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆในอนาคต ตามนโยบายของ "ALL" ที่จะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจเพื่อสร้างผลการดำเนินงานให้มีความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนและจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้นพร้อมทั้งจะมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม จากศักยภาพความแข็งแกร่งรวมถึงจุดแข็งเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ ทำให้วันนี้ "ALL" สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้พักอาศัยครบในทุกมิติด้วยความแตกต่างอย่างมีสไตล์ ภายใต้แนวคิด Class of Living "ชีวิตที่มีระดับคือชีวิตที่คุณเลือกเอง" ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "ALL" ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ประกอบการที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุดตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของ ALL ในการเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงครจนทำให้ในทุกๆ ทำเล แต่ละโครงการในปัจจุบัน ประสบความสำเร็จ