ทางการกรุงลอนดอนกำหนดเขตปล่อยมลพิษต่ำที่สุด หรือ Ultra Low Emission Zone เพื่อหวังลดก๊าซพิษและฝุ่นละอองในอากาศ และจะเรียกเก็บเงินจากยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเบนซินและมีอายุใช้งานเกิน 13 ปี รวมทั้งยานพาหนะที่ใช้น้ำมันดีเซลและใช้งานเกิน 4 ปี
การบังคับใช้จะแบ่งเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกเริ่มวันนี้ 8 เม.ย.จะกำจัดเฉพาะพื้นที่ตอนกลางของเมือง ซึ่งมีการเก็บค่าเข้าพื้นที่จราจรติดขัดอยู่แล้ว หลังจากนั้นเฟสสองจะครอบคลุมทั่วกรุงลอนดอน เริ่มปลายปีหน้า โดยจะกวดขันกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ และเฟสสามจะควบคุมยานพาหนะทุกคันที่วิ่งเข้าพื้นที่ชั้นในทั้งจากถนนวงแหวนเหนือและใต้ เริ่มบังคับใช้ปลายปี 2564
เกณฑ์ขั้นต่ำในการปล่อยมลพิษสำหรับรถยนต์ รถแวน และมินิบัสที่ใช้น้ำมันเบนซิน จะต้องปล่อยคาร์บอนมอนนอกไซด์ไม่เกิน 1 กรัมต่อระยะทาง 1 กม. และไนโตรเจนออกไซด์ไม่เกิน 0.08 กรัมต่อ กม. และกรณีใช้น้ำมันดีเซล จะต้องปล่อยคาร์บอนมอนนอกไซด์ไม่เกิน 0.5 กรัมต่อ กม. ไนโตรเจนออกไซด์ไม่เกิน 0.08 กรัมต่อ กม. หรือฝุ่นละอองไม่เกิน 0.005 กรัมต่อ กม.
หากยานพาหนะคันใดปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์ดังกล่าว จะต้องเสียค่าเข้าต่อวัน 12.50 ปอนด์หรือประมาณ 500 บาท แต่หากไม่จ่าย อาจถูกปรับ 160 ปอนด์หรือราว 6,500 บาท และหากเป็นรถบรรทุกจะต้องเสียค่าเข้าพื้นที่และค่าปรับสูงกว่ามากมาตรการใหม่นี้เป็นความพยายามล่าสุดของกรุงลอนดอนเพื่อลดมลพิษในอากาศที่เป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรหลายพันคนต่อปี และมีผู้ป่วยเข้ารักษาอาการหอบหืดเนื่องจากมลพิษเกือบ 1,000 คนต่อปี โดยหวังว่าจะลดปริมาณรถยนต์ก่อมลพิษได้เกือบ 40,000 คันต่อวัน และลดปริมาณการปล่อยมลพิษบนท้องถนนได้เกือบ 45% ภายในสองปี