ทรัมป์เป็นผู้ทวีตข่าวการลงจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของเคียร์สเจน นีลเซน และขอบคุณการทำหน้าที่ตลอดช่วงเวลา 1 ปีกับอีก 4 เดือนของเธอ พร้อมแต่งตั้งให้นายเควิน แม็คอาลีแนน ผู้บัญชาการสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนเป็นรักษาการรัฐมนตรีหลังจากนั้นนีลเซนทวีตและเผยจดหมายแสดงการลาออกของเธอ โดยจะยังคงอยู่ในตำแหน่งไปจนถึงวันพุธนี้เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น แต่แหล่งข่าวในรัฐบาลอ้างว่า ทรัมป์เป็นผู้ขอให้นีลเซนลาออกจากตำแหน่งเอง เพราะไม่พอใจผลงานของเธอ
การลาออกของนีลเซน วัย 46 ปี เป็นไปตามกระแสข่าวที่มีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งเธอนั้นถูกโจมตีอย่างหนักจากมาตรการพรากลูกของผู้อพยพผิดกฎหมาย และภาพของเด็กที่ถูกกักขังอยู่ในกรง นอกจากนี้ข่าวล่าสุดยังเกิดขึ้นในขณะที่สถานการณ์ชายแดนตอนใต้ของสหรัฐฯ กำลังเจอกับคลื่นผู้อพยพผิดกฎหมายระลอกใหม่ด้วย
สถิติเมื่อเดือนมีนาคมพบว่า มีผู้อพยพถึงราว 1 แสนคนถูกคุมตัวบริเวณพรมแดนตอนใต้ นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นพลเมืองจาก 3 ประเทศในอเมริกากลาง ได้แก่ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และเอลซัลวาดอร์ ทำให้ทรัมป์ออกมาขู่ตัดเงินช่วยเหลือทั้ง 3 ประเทศ หากยังไม่ช่วยหยุดยั้งคลื่นผู้อพยพจากต้นทางนอกจากนี้ทรัมป์ยังขู่ปิดพรมแดนเม็กซิโกทั้งหมดด้วย แต่หลังจากถูกภาคเอกชนคัดค้านอย่างหนัก ทรัมป์ได้เปลี่ยนใจมาขู่ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากเม็กซิโกแทน
ทรัมป์กับนีลเซนเพิ่งเดินทางลงพื้นที่ชายแดนรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์ได้ส่งสารไปยังบรรดาผู้อพยพว่า "ประเทศของเราเต็มแล้ว"จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด เท่ากับว่าตอนนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังขาดเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะรัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีความมั่นคงมาตุภูมิ และหัวหน้าคณะเข้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว