นายธนาธร ชี้แจงเรื่องนี้อย่างละเอียดเป็นข้อๆ รวม 6 ข้อ สรุปว่า ได้โอนหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ในส่วนของตนและภรรยาให้กับมารดา คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม เป็นการโอนต่อหน้าทนายความ ชำระเงินค่าหุ้นด้วยเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธา ต่อมามารดาโอนหุ้นให้หลาน 2 คน จึงมีผู้ถือหุ้นรวม 10 คน ส่วนวันที่ 19 มีนาคม ที่มีการประชุมผู้ถือหุ้น 10 คนจนกลายเป็นข้อสงสัยว่าตนเองยังถือหุ้นอยู่นั้น นายธนาธรอ้างว่าในวันดังกล่าวมีผู้ถือหุ้น 4 คนกับผู้รับมอบฉันทะอีก 6 เข้าประชุม วาระคือการพิจารณาเลิกกิจการบริษัท พร้อมย้ำว่าไม่ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เนื่องจากหาเสียงอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายธนาธร โพสต์ทิ้งท้ายแสดงความรู้สึกว่า "ด้วยลำดับเหตุการณ์ดังที่ผมได้อธิบายข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าข้อเท็จจริงทั้งปวงล้วนสอดคล้องต้องกันทุกประการ มิได้มีพฤติการณ์ส่อพิรุธดังที่สื่อมวลชนบางฉบับพยายามชี้นำว่า การโอนหุ้นดังกล่าวของผมมิได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2562 แต่อย่างใด ดังที่ได้อธิบายมาข้างต้นนี้ คือ ข้อเท็จจริงโดยละเอียดเกี่ยวกับการเป็นผู้ถือหุ้นของผมในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด วิญญูชนผู้มีใจเป็นธรรมปราศจากอคติย่อมสามารถเข้าใจความเป็นมาเป็นไปของเรื่องนี้ได้อย่างกระจ่างชัด"