ท่าทีที่ออกมาสอดคล้องกันของทั้ง ผบ.ทบ.และนายกรัฐมนตรี เป็นเพราะฝ่ายความมั่นคงได้ประชุมประเมินสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้ และช่วงที่กำลังจะมีพิธีสำคัญของบ้านเมือง พบว่ามีความพยายามปลุกปั่นให้เกิดการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนบางกลุ่ม รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่ "กลุ่มใต้ดิน" จะเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์บางอย่างกลุ่มใต้ดินที่ว่านี้ มีทั้งกลุ่มที่หวังผลทางการเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหวจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลายๆ ครั้งก็สร้างสถานการณ์สอดรับกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มเช่นกัน โดยการสร้างสถานการณ์มีทั้งทางไซเบอร์และการก่อเหตุสร้างความปั่นป่วน
ก่อนหน้านี้ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงที่บ้านเมืองมีพิธีสำคัญ จึงมีการจัดทำแผนเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด แต่ปรากฏว่าระยะหลังๆ กลุ่มก่อความไม่สงบมีศักยภาพก่อเหตุนอกพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เช่น การลอบวางระเบิดหลายจุดในจังหวัดสตูลและพัทลุง เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา หรือการลอบวางระเบิดรูปปั้นนางเงือกที่แหลมสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ช่วงก่อนปีใหม่ ทำให้ฝ่ายความมั่นคงต้องประเมินแนวโน้มสถานการณ์ใหม่ และเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังในเขตรอยต่อของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลาด้วย