เมื่อถามว่า ทางที่ดี กกต. ควรออกมาชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดเจนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า กกต.ก็ได้ชี้แจงบ้างแล้ว และเห็นด้วยว่าควรจะต้องการชี้แจงอย่างเป็นระบบ กกต.ควรรวบรวมคำถามทั้งหลาย เพื่อตอบให้เกิดความกระจ่าง ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ แต่ต้องตอบให้ตรงกัน ชี้ กกต.ชุดนี้คือ กกต.ชุดใหม่ ซึ่งมีคณะทำงานใหม่กฏหมาย และ วิธีการเลือกตั้ง รวมถึงการนับคะแนนใหม่
นายวิษณุ ระบุคนไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่า ในการเลือกบัตรใบเดียวนั้น เมื่อเลือกเสร็จแล้ว คะแนนต้องเอามาหาร รอบ 1 รอบ 2 รอบ 3 เมื่อมีหลายรอบเข้าก็ทำให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเพียง 30,000 คะแนน ได้ ส.ส. มา 1 คน จากทีแรกตั้งหลักว่าต้องได้ถึง 60,000 - 70,000 คะแนน จึงจะได้ ส.ส. 1 คน ถามว่าแค่ 30,000 คะแนนทำไมจึงได้ 1 คน ก็เพราะว่ามันมีวิธีคิดของเขา ซึ่ง กกต. ต้องอธิบายทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพราะเป็นวิธีใหม่จริงๆ ทั้งวิธีการเลือกตั้งและการนับคะแนน รวมถึงเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็เห็นใจทุกอย่างที่ทำให้ทุกอย่างเกิดความวุ่นวายขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าได้ 30,000 คะแนนก็ได้ ส.ส.มา 1 ที่นั่งแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "เห็นเขาว่าอย่างนั้น เพราะการนับคะแนนมีการเฉลี่ยหลายรอบ รอบ 1,2,3 นั้น พรรคอื่น ได้ไปหมดแล้ว แต่เหลือเศษอยู่ จึงเฉลี่ยให้พรรคเล็กๆ" พร้อมระบุพรรคใหญ่ ได้ผ่านการได้เปรียบไปหมดแล้ว จึงได้เฉลี่ยไปถึงพรรคเล็ก เป็นไปตามกฎกติกาที่มีมาตั้งแต่ต้น ไม่มีใครไปกลั่นแกล้งกัน ในเมื่อกฎกติการะบุไว้อย่างนี้ ผลที่ออกมาจึงช่วยไม่ได้ แต่ที่สุดแล้วควรให้ กกต. เป็นผู้ประกาศ และเปิดเผยถึงวิธีการคิดเฉลี่ยคะแนน