จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเป็นชาวมองโกเลีย พฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 แต่ละคนมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยทั้ง 4 จะเดินตระเวนหาเหยื่อภายในสนามบินสุวรรรภูมิ หลังพบเหยื่อหรือผู้เสียหาย ทั้งหมดก็จะเดินประกบเหยื่อเอาไว้ เมื่อสบโอกาส น.ส.อุลชิบายา บัทเทอร์เดเน่ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยจะลงมือล้วงกระเป๋าเงินออกมาจากเสื้อคลุมของผู้เสียหายไป ก่อนที่จะส่งต่อให้ผู้ต้องสงสัยที่เป็นชายที่มาด้วยกันทั้ง 3 รับกระเป๋าเงินต่อและรีบเดินชิ่งออกไป
โดยมีนายเธอร์มังค์ บูเรงจาร์กัลป์ เป็นหัวหน้าแก๊งและเป็นคนเลือกเหยื่อ หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุทั้ง 4 ยังได้พยายามก่อเหตุลักทรัพย์ผู้เสียหายรายอื่นอีกในขณะที่นั่งอยู่บนรถไฟฟ้า BTS หลังจากนั้นกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้นำบัตรเครดิตของผู้เสียหายที่ก่อเหตุมา ไปตระเวนรูดซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคาแพง ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยเหล่านี้น่าจะเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เมื่อได้ทรัพย์สินทั้งหมดก็จะเดินทางหลบหนีออกนอกราชอานาจักร เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยที่ 4 ต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จนกระทั่งในช่วงเย็นของวันที่ 18 มีนาคม ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเพื่อมาลงมือก่อเหตุอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 เอาไว้ได้ พร้อมของกลางทั้งหมดเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งขอกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป