เนชั่นทีวี

ข่าว

ทอท.เลื่อนขายซองประมูล 'ดิวตี้ฟรี-พื้นที่เชิงพาณิชย์'

18 มี.ค. 2562 | tananya_nak

ทอท.เลื่อนขายซองประมูล 'ดิวตี้ฟรี-พื้นที่เชิงพาณิชย์'

ทอท.เลื่อนขายซองประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน และสัมปทานบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อชี้แจงรายละเอียดหลังเจอกระแสต้าน โดยจะรอฟังความเห็นจากทุกฝ่ายและจะชี้แจงจนกระทั่งหมดข้อสงสัย มั่นใจว่าการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. นิตินัย ศิริสมรรถการ ระบุ ทอท.ได้เลื่อนขายซองประมูลสัมปทานจำหน่ายสินค้าปลอดอากร หรือดิวตี้ฟรีใน 4 สนามบิน และสัมปทานกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ จากเดิมกำหนดขายซองตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม-1 เมษายน 2562 หลังจากกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นการผูกขาด โดยทอท.จะรอฟังความเห็นจากทุกฝ่ายและจะชี้แจงจนกระทั่งหมดข้อสงสัย ซึ่งมั่นใจว่าการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนส่วนประเด็นพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 นั้น ทอท.เห็นว่าทั้ง 2 โครงการไม่เข้าข่ายพ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี โดยกำหนดให้มีคนนอกร่วมอยู่ในกระบวนการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เช่น ตัวแทนจากอัยการสูงสุด นักกฎหมายอิสระ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือสคร. โดยคาดว่ากำหนดเปิดขายซองจะล่าช้ากว่าเดิม 1-2 สัปดาห์ และจะได้ตัวผู้ชนะการประมูลภายในเดือนกันยายนนี้
นายนิตินัย กล่าวย้ำว่า ในการจัดทำข้อกำหนดและรายละเอียดของทั้งสองโครงการ ทอท.ได้มีการพิจารณาข้อมูลรอบด้านอย่างรอบคอบ รับฟังความคิดเห็นจากหลายองค์กรมาประมวลผล รวมทั้งศึกษาถึงบริบทโดยรวมรอบด้าน ได้ผลสรุปดังนี้
1. การเปิดเสรีเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Duty Free Pick-up Counter) เป็นการยุติการผูกขาดธุรกิจร้านค้าปลอดอากร โดยสามารถเห็นตัวอย่างได้จากการเปิดเสรี Pick-up Counter ที่ท่าอากาศยานภูเก็ตทำให้มีผู้ยื่นความจำนงประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรในเมืองนับสิบราย ซึ่ง ทอท. คาดว่าหลังจากมีการเปิดเสรีPick-up Counter ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันในธุรกิจร้านค้าปลอดอากรที่สำคัญของประเทศไทย

2. รูปแบบของการให้สิทธิประกอบกิจการโครงการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และการบริหารโครงการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ที่เหมาะสมที่สุดและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายในระยะยาว คือ การให้สิทธิสัมปทานเพียงรายเดียว (Master concessionaire) การแยกประมูลตามหมวดสินค้า (Category consessions) จะไม่ส่งผลดีต่อองค์กรและประเทศชาติโดยรวม โดยในส่วนของกิจการร้านค้าปลอดอากรไม่เหมือนการค้าปลีกโดยเฉพาะเรื่องสถานที่ ห้างสรรพสินค้ามีประตูอยู่ที่เดิมตลอดไป แต่ท่าอากาศยานมี contact gate ที่เปรียบเสมือนประตู และแต่ละcontact gate สามารถรองรับเครื่องบินได้ในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน ดังนั้น การไหลเวียนของผู้โดยสาร (Passenger flow) ในท่าอากาศยาน จึงแตกต่างจากห้างสรรพสินค้า โดยขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องบินที่สายการบินนำมาให้บริการ ดังนั้น จึงมีความสุ่มเสี่ยงที่หากมีการแยกสัญญาแล้วจะทำให้ผู้ประกอบการบางรายมีปัญหาเมื่อปริมาณและการไหลเวียนของผู้โดยสารมีการเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ยังจะทำให้ภายในสนามบินเดียวกัน มีความแตกต่างให้เห็นทั้งในด้านโครงการส่งเสริมการขาย และมาตรฐานการให้บริการ ซึ่งจะสร้างการเปรียบเทียบและความสับสนให้กับผู้โดยสาร อีกทั้งยังนำมาซึ่งการผูกขาดในรายสินค้านั้นๆและไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่จะแสดงถึงความไม่มีมาตรฐานของสนามบินของประเทศอีกด้วย
3. การให้สิทธิประกอบกิจการทั้ง 4 ท่าอากาศยาน ซึ่งประกอบด้วยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ รวมอยู่ในสัญญาเดียว เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ท่าอากาศยานที่มียอดขายน้อย เช่น ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ประสบปัญหาการขาดทุน แต่สามารถยังดำเนินกิจการอยู่ได้ เนื่องจากมีการถัวกำไรจากท่าอากาศยานใหญ่ คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนั้น การเปิดเสรีเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Duty Free Pick-up Counter) ณ ท่าอากาศยานภูเก็ตได้เริ่มประสบปัญหาการขาดทุนจากการแข่งขันของร้านค้าปลอดอากรในเมือง (Downtown Duty Free) แสดงให้เห็นว่าความแข็งแรงและศักยภาพของผู้ประกอบการจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจากผลการศึกษาของที่ปรึกษาชี้ชัดว่า การรวมสัญญาของโครงการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรทั้ง 4 ท่าอากาศยาน จะทำให้ผู้ชนะการประมูลมีอำนาจต่อรองกับผู้แทนจำหน่าย (Supplier) ของสินค้า (Brand Name) ชั้นนำได้มาก ซึ่งธุรกิจร้านค้าปลอดอากรเป็นธุรกิจที่ต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการอื่นในระดับโลก การจะทำให้ท่าอากาศยานภูมิภาคมีสินค้า Brand Name ให้บริการผู้โดยสารเหมือนที่ให้บริการในท่าอากาศยานใหญ่ ทอท.จำเป็นต้องคัดเลือกให้ได้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมากที่สุดเพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ หากท่าอากาศยานของไทยไม่สามารถแข่งขันได้ จะส่งผลเสียต่อประเทศชาติโดยรวมต่อไป

นายนิตินัย กล่าวย้ำในตอนท้ายยืนยันว่า ทอท.ได้ดำเนินการจัดทำข้อกำหนดและรายละเอียดของทั้งสองโครงการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องในทุกกระบวนการ โดยคำนึงประโยชน์สูงสุดของ ทอท.และประเทศที่จะได้รับเป็นสำคัญ รวมถึงการที่จะดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 ที่กำหนดให้มีคนนอกร่วมอยู่ในกระบวนการด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบและชี้แจงต่อสาธารณชนได้

ข่าวล่าสุด