การบริจาคล่าสุดเท่ากับว่า มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยสุดเป็นอันดับสองของอินเดีย ได้บริจาคเงินแก่มูลนิธิแล้ว 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ จำนวนนี้เป็นหุ้นบริษัทไวโปร 67%
นายเพรมจี วัย 73 ปี ซึ่งมีทรัพย์สินกว่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากดัชนีเศรษฐีพันล้านบลูมเบิร์ก เป็นชาวอินเดียคนแรกที่สมัครเข้าร่วมสมาคม กิฟวิง เพลด์จ ( Giving Pledge ) โครงการที่ วอร์เรน บัฟเฟต มหาเศรษฐีนักลงทุน กับ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์และภรรยา ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ให้เศรษฐีทั่วโลกสัญญาว่าจะยกทรัพย์สินอย่างน้อยครึ่งหนึ่งแก่องค์กรการกุศล
รายงานเศรษฐีใจบุญ โดยบริษัทที่ปรึกษา เบน แอนด์ คอมพะนี พบว่า แต่ละปี ชาวอินเดียบริจาคประมาณ 4.3 แสนล้านรูปี ( 6,200 ล้านดอลลาร์ ) ขณะในปีการเงิน 2561 ที่ผ่านมา ยอดการบริจาค"ก้อนใหญ่" ( หมายถึงการบริจาคมากกว่า 100 ล้านรูปี หรือราว 1.4 ล้านดอลลาร์ ) มาจากเพรมจี ถึง 80% สะท้อนว่าเศรษฐีอีกมากมายในแดนภารตะยังไม่ได้ดำเนินรอยตาม
ไวโปร เดิมเป็นผู้ผลิตน้ำมันพืช ก่อตั้งโดยบิดาของนายเพรมจี เมื่อปี 2488 ก่อนพัฒนาเปลี่ยนผ่านเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 ภายใต้การบริหารในรุ่นลูก และเติบโตเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการด้านไอทีรายใหญ่สุดของประเทศ มีพนักงานกว่า 1.6 แสนคนทั่่วโลก และลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมต่างๆตั้งแต่อากาศยานถึงค้าปลีกกว่า 1,200 คน
สำหรับมูลนิธิเพรมจี มุ่งเน้นสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพการศึกษา ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยอาซิม เพรมจี ในเมืองบังกะลอร์ มูลนิธิระบุว่า การบริจาคล่าสุดของมหาเศรษฐีใจบุญ อาจนำไปสู่การเปิดมหาวิทยาลัยแห่งที่สอง