เพื่อเป็นการยืนยันว่า "เปรมชัย" อยู่ร่วมขบวนการล่า ครั้งนี้หรือไม่ เนื่องจากในข้อต่อสู้คดี "เปรยมชัย" อ้างว่า เขาและ "ยงค์ โดดเครือ" คนขับรถ ได้ผ่านด่านหน่วยมหาราช เข้าไปส่องสัตว์ที่ "เซซาโว่" หรือ ที่ๆ เรียกว่า "ใจกลางป่าทุ่งใหญ่" ในคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เราได้คำตอบจากปาก เจ้าหน้าที่หน่วยมหาราช
ส่วนเส้นทางจากหน่วยทิคอง ไปถึงหน่วยมหาราช นั้นมีเส้นทางเดียว เป็นคำยืนยันจากปากหัวหน้าวิเชียร ชิณวงษ์ แสดงให้เห็นว่า ที่ "เปรมชัย" บอกว่า ต้องตั้งแคมป์พักบริเวณริมห้วยปะชิ เพราะ "หลงทาง" จึงเป็นไปไม่ได้
"ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร" ได้รับคำสั่งเรียกตัวจากอีสาน ให้ลงมาช่วยทำบันทึกจับกุม และค้นหาหลักฐาน ร่วมกับหัวหน้า "วิเชียร" ที่ต้องรับศึกหนัก เพราะแขกวีไอพีของกรมอุทยานฯ ตกเป็นผู้ต้องหา "ล่าสัตว์" กลางป่าทุ่งใหญ่ฯ
และเพื่อให้ได้พยานหลักฐานเพิ่มมากขึ้น 13 ก.พ. 2561 ชัยวัฒน์ พร้อมด้วยหัวหน้าวิเชียร และ พ.ต.ท.สมหมาย โชติกะวนิช พิสูจน์หลักฐาน ภาค 7 และ ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ เข้าพื้นที่จุด "เปรมฃัย" ตั้งแคมป์ บริเวณริมห้วยประชิ ซึ่งอยู่ระหว่างหน่วยทิคอง กับหน่วยมหาราช เพื่อทำแผน และพิกัดจุดต่างๆ นำไปใช้ประกอบสำนวนคดี
เจ้าหน้าที่ เริ่มค้นหาจุดยิงเสือดำ จากจุดที่พบปลอกกระสุน ข้างลำห้วยปะชิ และโชคเข้าข้าง เมื่อพบแนววิถีกระสุนบนต้นไม้ และกิ่งไม้ ก้อนหิน บ่งชี้ให้เห็นว่า เสือดำ ถูกยิงตรงบริเวณนี้
เสือดำ ไม่ได้ตายในทันที เมื่อพบจุดที่มันวิ่งกระเสือกกระสนจนไปถึง "จุดธาตุไฟแตก"
เจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่าเสือดำตัวนี้ เป็นเสือดำตัวผู้ และหากินอยู่ในบริเวณ "โฮมเล้ง" ของมัน ซึ่งมีหลักฐาน เป็นภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์ ของสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จุดที่ถ่ายได้อยู่ห่างจากจุดชำแหล่ะ เพียง 100 เมตร
หลังการจับกุม และตรวจของกลาง แต่ยังมีชิ้นส่วนที่หายไป คือ กระดูกขาหลังเสือดำ เจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เมนูที่พบอยู่ในหม้อ ภายในแคมป์ของ "เปรมชัย" คือ หม้อซุปหางเสือดำ และย่างเนื้อส่วนที่เป็นขาหลังเสือดำ
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงส่งชุดประดาน้ำ งมหาชิ้นส่วนขาหลัง ภายในลำห้วยปะชิ และพวกเขาก็ได้หลักฐานชิ้นสำคัญนั้นมา ทำให้ครบองค์ประกอบเสือดำทั้งตัว คือ กระโหลก และหนัง ในถุงดำ และชิ้นเนื้อส่วนลำตัว ถุงเครื่องใน 17 กิโลกรัม ณ จุดชำแหละ และในลำห้วยปะชิ ยังพบลำไส้ใหญ่ด้วย
หลังการจับกุมเปรมชัย และส่งตัวดำเนินคดีกับ สภ.ทองผาภูมิ มีข่าวออกมาตลอดเวลาล่า "เปรมชัย" หลุดคดีเสือดำ
กระทั่ง 27 มี.ค.2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาสอบปากคำ นายเปรมชัย กรรณสูต ยืนยันว่า สั่งดำเนินคดีนายเปรมชัย ทั้งเรื่องปืนที่ค้นพบในบ้านซอยศูนย์วิจัย เรื่องล่าเสือดำ และเรื่องครอบครองงาช้าง
อีกหนึ่งคดี ที่พ่วงมากับคดีเสือดำคือ "คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน" โดย นพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ปรึกษา บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เข้าพบตำรวจ ปปป. กรณี "เปรมชัย" กับ "ยงค์ โดดเครือ" ติดสินบนเจ้าพนักงานแลกกับการปล่อยตัว ไม่ดำเนินคดี
ทั้งหมดนี้คือการย้อนรอยให้เห็น ที่มา ที่ไปของคดีล่าเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร
หลังจากกระบวนการฟ้องร้องและต่อสู้คดีในศาลเสร็จสิ้นลง ศาลจังหวัดทองผาภูมินัดอ่านคำพิพากษา วันที่ 19 มีนาคม ที่จะถึงนี้
ส่วนคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน ไต่สวนพยานโจทก์พยานจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง นัดพิพากษา วันที่ 11 มิ.ย.2562 นี้
ขณะที่คดีครอบครองงาช้าง ศาลนัดสืบพยานโจทก์ ปากแรก วันที่ 8 สิงหาคม 2562