"บิ๊กตู่" เว้าอีสาน "ฮักหลาย" อ้อนเพราะคิดถึงจึงมา
13 มี.ค. 2562 | te

"บิ๊กตู่" ร่ายกลอนอ้อน "คนขอนแก่น-โคราช" เพราะคิดถึงจึงมาหา โชว์เว้าอีสาน อยากให้รู้ว่าฮักหลาย ลั่นสัญญาจะพาประเทศไปให้ได้ ชมคนอีสาน อดทน อยู่กับตนมา 5 ปี
ข่าว
13 มี.ค. 2562 | te

"บิ๊กตู่" ร่ายกลอนอ้อน "คนขอนแก่น-โคราช" เพราะคิดถึงจึงมาหา โชว์เว้าอีสาน อยากให้รู้ว่าฮักหลาย ลั่นสัญญาจะพาประเทศไปให้ได้ ชมคนอีสาน อดทน อยู่กับตนมา 5 ปี
13 มีนาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานขอนแก่น และเข้าติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารอาคารใหม่ท่าอากาศยานขอนแก่น
ก่อนจะเดินทางโดยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน กข.6161 ขอนแก่น ไปยังศาลหลักเมืองขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง เพื่อสักการะศาลเทพารักษ์หลักเมือง จุดประตูโชคลาภ ซึ่งนายกฯได้สวมแว่นตากันแดดตลอดเวลาที่ลงพื้นที่ เป็นแว่นตาที่แพทย์ให้สวมใส่เพื่อถนอมสายตา หลังเข้าการรักษาต้อเมื่อช่วงต้นเดือน โดยมีประชาชนมารอต้อนรับประมาณ 200 คน ต่างใส่เสื้อสีเหลือง หรือสีของดอกคูณดอกไม้ประจำ จ.ขอนแก่น
จากนั้น นายกฯ เดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟขอนแก่น เพื่อทำพิธีเปิดการใช้งานอาคารสถานีรถไฟขอนแก่น พร้อมเป็นประธานสักขีพยาน ในการมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน โดยมีประชาชนมาร่วมต้อนรับประมาณ 6,000 คน ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวทักทายเป็นกลอนที่แต่งขึ้นระหว่างเดินทางมาว่า "เพราะคิดถึงจึงมาหา ดูหน้าตาบอกให้รู้ดูสดใส ทั้งขอนแก่นและโคราชนั้นใช่ไกล ใจถึงใจส่งให้กันบ้านฉันเอง" พร้อมกล่าวต่อว่า อีสานก็บ้านนายกฯเหมือนกันนะอยากให้รู้ว่าฮักหลายเด้อ คิดฮอดหลายเด้อ ภูมิใจที่ได้มาวันนี้เด้อ คัก ๆ ทุกอย่าง วันนี้เดินเข้ามาได้ยินเสียงเพลงตรงนี้ที่เธอ รถไฟขบวนนี้ก็หยุดอยู่ตรงนี้ ใจถึงใจ
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับอีสานคือสายน้ำ เหมือนสายเลือดของคนอีสาน รัฐบาลนี้ก็ทำให้ตลอดมา และวันนี้ตนมาเปิดสถานีรถไฟ เพื่อทุกคนและจะเป็นการเชื่อมเส้นทางสร้างอาชีพ สร้างงานสร้างรายได้ใหม่ๆ ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งใจถึงใจคือรถไปถึงกัน โครงการนี้เราเริ่มมาตั้งแต่ปี 58 นี่คือเรื่องจริง ไม่ใช่นิยาย ไม่ได้พูดเลอะเทอะ เพราะมันเสร็จแล้ว โครงการเริ่มตั้งแต่ปี 58 วันนี้ปี 62 ทำได้ขนาดนี้ จะไม่ทำต่ออีกหรืออย่างไร คนจะมาใหม่บอกว่าจะมารื้อ เป็นไปไม่ได้ ตนไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้เกี่ยวกับอนาคตที่จะเกิดขึ้น อยู่ตรงนี้ที่เธอ เธอก็คือประชาชนและคือศูนย์กลางของราชการแผ่นดิน
นายกฯ กล่าวว่า บางส่วนต้องมีการจัดระเบียบให้เข้ารูปเข้ารอยให้ถูกต้อง วันนี้ตนทำตามสัญญา คือทำตามแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ชาติ และทุกคนที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ต้องรู้เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ต้องชี้แจงในรัฐสภาให้ได้ว่าจะเอาเงินมาจากไหน เราต้องเลือกผู้นำที่ซื่อสัตย์สุจริต และมีธรรมาภิบาล วันนี้ผมขอความรักความสามัคคีขึ้นมาให้ผมได้หรือไม่ และขออย่าขัดแย้งกันอีก
"เห็นใจผมหรือไม่ เห็นใจรัฐมนตรี เห็นใจผู้ว่าฯหรือไม่ เราตัดเขาทิ้งไม่ได้ ไอ้คนไม่ดีก็ว่ามา แต่คนที่ดีก็เยอะแยะ เขาทำงานกันทั้งนั้น ถ้าไม่ทำก็ไม่เกิด ประชาชนไม่ร่วมมือก็ไม่เกิด และเอกชนไม่ร่วมมือก็ไม่เกิดอีก นี่คือความเป็นชาติ ขอความรักความสามัคคีให้ผมให้ประเทศชาติได้หรือไม่ ขออย่าขัดแย้งกันได้ไหม ถือเป็นสัญญาของท่านที่ให้กับผมและประเทศชาติ และผมสัญญากับท่านว่าจะนำพาประเทศชาติไปให้ได้" นายกฯ กล่าว และว่า ทุกอย่างคือโอกาสของประเทศไทยบ้านเมืองมีความเป็นธรรมชาติอาหารอร่อยมีรอยยิ้มถ้ามัวแต่ตบตีกัน ก็เสียโอกาส
นายกฯ กล่าวว่า หลายคนถามว่าทำไมต้องสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯให้เยอะเพราะกรุงเทพฯมีคนเยอะ คนอีสานเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯมากมายไปสร้างตึกสร้างอาคาร นี่คือสมรรถภาพของคนอีสาน คนอีสานมีความอดทนและเข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นไม่ทนอยู่กับตนมาได้ 5 ปี
ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งนายกล่าวว่าเริ่มจะเจ็บตาแล้ว ตอนเพิ่งไปผ่าตามาหมอก็บอกว่าอยากให้โดนแดด แต่คิดถึงจึงมา ยอมตายเพื่ออีสานบ้านฉัน โดยในตอนท้ายนายกฯ กล่าวว่า คิดฮอดหลายเด้อ คิดฮอดหลายๆ ฮักหลายๆฮักกันนั้นนานๆนะ พร้อมกล่าวเป็นบทกลอนว่า "ถึงเวลาต้องจำใจใช่ลาจาก รู้ลำบากแต่จะไม่ให้เสียขวัญ ทำวันนี้ต่อวันหน้าจะเร็วพลัน เกลียดชังกันอีกต่อไปใช่เวลา"
จากนั้น นายกฯตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการทางคู่และทดลองการเดินรถ ในโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายรถไฟทางคู่(เส้นทางสายชุมทางถนนจิระ ขอนแก่น) ก่อนจะนั่งรถไฟขบวนพิเศษจากสถานีรถไฟขอนแก่น ไปยังสถานีรถไฟท่าพระ ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลา 10 นาที โดยเมื่อถึงสถานีท่าพระ นายกฯได้เดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ พร้อม กล่าวว่า สวัสดีทุกคนจำใจ จำลาเวลาน้อย เขาบอกว่าเขารักประเทศไทยผมก็รักด้วย ขอความรักความสามัคคี ขอคืนมาได้หรือไม่ ตนจะทำให้ และตนไม่ใช่เจ้านายประชาชน นายกฯก็เป็นลูกน้องประชาชน ก่อนจะเดินทางไปยังจ.นครราชสีมา เพื่อสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และศาลหลักเมือง ที่ต.ในเมือง อ.เมือง