ซึ่ง หน.พรรคเสรีรวมไทย ทักทายตำรวจหน้าเสาธง ก่อนจะเดินไปแนะนำตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใน สภ.นาแก แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของเก่าที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี หนึ่งในนั้นเป็นโต๊ะทำงานไม้สมัยตนเองเป็นสารวัตร จำนวน 2 ตัว เมื่อหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อดีต ผบ.ตร.ฯเห็น ถึงกับปลื้มใจที่มีข้าราชการตำรวจรุ่นหลังๆ มองเห็นคุณค่าประวัติศาสตร์ของ สภ.นาแก โดยมีรายละเอียดเล่าเรื่องราวต่างๆไว้ชัดเจนที่ข้างพนังห้อง
จากนั้นก็เดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขานาแก ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับ สภ.นาแก มีประชาชนเข้าไปขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก แล้วก็เดินไปที่ว่าการอำเภอนาแกหลังใหม่ เพื่อแนะนำผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ก่อนจะขึ้นรถปิกอัพแห่รอบเมือง แล้วไปตลาดสดเทศบาลอำเภอนาแก มีพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านต้อนรับอย่างคับคั่ง
ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ เดินทางไปที่โรงเรียนธารน้ำใจ บ้านสุขเกษม หมู่ 7 ต.พิมาน อ.นาแก ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้ร่วมกับกลุ่มเพื่อนเสรีบริจาคสร้างขึ้นเมื่อปี 2523 คณะครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป รอต้อนรับจำนวนมาก
โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ เผยว่ารู้สึกอบอุ่นที่ได้กลับมาเยี่ยมถิ่นเดิมครั้งเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ต่อสู้กับผู้หลงผิดจนได้ฉายาวีรบุรุษนาแก แต่การมาเยือนครั้งนี้ ตนมาในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี จึงขอให้ประชาชนที่ยังรักและผูกพัน ช่วยกันลงคะแนนให้ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 เยอะๆ
ซึ่งในตอนหนึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ได้กล่าวถึงกรณีได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียง โดยในระหว่างที่เดินหาเสียงนั้น มีทหารเดินทางมาเฝ้าสังเกตการณ์ และรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นช่วงที่ตนและคณะพักทานข้าวกลางวัน จึงเดินเข้าไปสอบถาม พร้อมกับกล่าวว่า "รั้วของชาติ ต้องไปทำหน้าที่ ไม่ใช่ตามเพ่นพ่านคนอื่น ไปห่างๆ ผมประชาชน คุณกินภาษีผม อย่ามารบกวน ผมไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร ไปบอกนายของคุณ ให้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศชาติ อย่าทะลึ่งมายุ่งกับประชาชน ผมมาหาเสียง ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร"เพราะตนมาในฐานะประชาชนคนหนึ่ง กลับมีทหารคอยถ่ายรูปและบันทึกเสียง "กองทัพไม่ใช่เป็นของอภิรัชต์หรือประวิตร คนพวกนี้ไม่มีสมองฯ"
หลังพบปะพี่น้องชาวอำเภอนาแกเสร็จเรียบร้อย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็เดินทางต่อไปอำเภอดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยมีโปรแกรมจะเดินหาเสียงกับประชาชนที่ตลาดอินโดจีนและตลาดพรเพชร และขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โรงงานน้ำตาลประมวลศิลป์ คาดจะมีประชาชนไปฟังคำปราศรัยทั้ง 3 แห่ง รวมแล้วประมาณ 30,000 คน โดยรุ่งเช้าจะเดินทางกลับไปพบกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครพนมอีกครั้ง โดยจะขึ้นเครื่องกลับ กทม.ที่สนามบินนครพนม ในคืนวันที่ 12 มี.ค.