ปลัดกระทรวงการคลัง ประสงค์ พูนธเนศ เผยว่า ปีนี้มองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ควรคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% ต่อปี เพื่อช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ ทั้งภาคธุรกิจเอสเอ็มอี และประชาชนฐานราก เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้มีโอกาสขยายตัวได้ 4% ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัวได้ 4.1% โดยมีสาเหตุหลักจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย แต่ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง อีกทั้งการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษี อย่าง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และกรมสรรพากรนั้น ที่คาดว่าจะจัดเก็บรายได้สูงต่อเนื่องซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์คาดจะสามารถจัดเก็บรายได้ถึง 40,000-50,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงพรรคการเมืองหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่า เป็นสิ่งที่กระทรวงการคลังเป็นห่วง แต่เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะต้องดูแล และไม่สามารถก้าวก่ายได้ ด้านธปท.เองแม้จะเข้าไปดูแลแต่ก็ไม่สามารถทำได้มาก เนื่องจากหากดำเนินการมากไปจะถูกจับตามองจากประเทศต่างๆ นอกจากนี้สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่ายังเป็นผลมาจากการเกินดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่องด้วย โดยคาดว่าไทยจะสามารถทำงบประมาณสมดุลได้ในปี 2573