เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์จ่อคุมเข้มการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้ว ป้องกันปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

27 ก.พ. 2562 | tananya_nak

พาณิชย์จ่อคุมเข้มการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้ว ป้องกันปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

กระทรวงพาณิชย์เตรียมปรับปรุงประกาศ/ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อป้องกันปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 กำหนดให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ อีกทั้ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ตลอดจนแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมโดยนำรถยนต์เข้ามาจำหน่ายในประเทศ และเป็นการปรับลดขั้นตอนการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนตามนโยบายรัฐบาล

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รถยนต์ที่ใช้แล้วเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2496 ครอบคลุมรถยนต์ที่ใช้แล้วตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 87.01 87.02 87.03 87.04 และ 87.05 โดยต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ประกอบด้วย
 1) รถยนต์นั่งที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัว
 2) รถลักษณะพิเศษที่ใช้แล้วเพื่อใช้ในกิจการของตน
 3) รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดที่ได้รับการยกเว้นหรือชดเชยภาษี
 4) รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศล 
 5) รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเป็นการชั่วคราว 
 6) รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือการศึกษาวิจัย
 7) รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก
 8) รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
 9) รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดโดยใช้ประโยชน์สุทธินำกลับ 
ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องจำนวน 15 ครั้ง เพื่อพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้ว โดยที่ประชุมมีมติห้ามนำเข้ารถยนต์นั่งที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัว สำหรับรถยนต์ประเภทอื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล ในส่วนกระทรวงพาณิชย์ยังคงกำกับดูแลรถยนต์ลักษณะพิเศษเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง (รถเครน) และรถยนต์ที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศลได้รับบริจาค (รถพยาบาลและรถดับเพลิง) กระทรวงฯ จึงได้ยกร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ที่ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. .... ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบร่างประกาศดังกล่าวแล้ว

สาระสำคัญของร่างประกาศดังกล่าวคือต้องการลดปริมาณการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วที่ไม่มีความจำเป็นและส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการนำเข้ารถยนต์นั่งที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัว ซึ่งการห้ามนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วในกลุ่มดังกล่าวยังสามารถแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมโดยนำรถยนต์เข้ามาจำหน่ายในประเทศ ทำให้ภาครัฐไม่สามารถเก็บภาษีนำเข้าได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

โดยวิธีการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมดังกล่าว เช่น การสวมสิทธิ์แทนบุคคลอื่นเพื่อนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้ว การปลอมแปลงเอกสารประกอบการขออนุญาต นอกจากนี้ ยังช่วยลดปริมาณงานที่ไม่มีความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น การตอบหนังสือการตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่าเดือนละ 100 ฉบับ การเข้าให้ปากคำเกี่ยวกับประเด็นกฎหมายต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบเอกสารกับหน่วยงานต่างประเทศและในประเทศเป็นจำนวนมาก

ในประเด็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับลดขั้นตอนการขออนุญาตนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วบางประเภท โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถติดต่อขอรับเอกสารประกอบการนำเข้าได้ที่หน่วยงานผู้กำกับดูแลเพียงจุดเดียว (One Stop Service) เช่น การนำเข้ารถยนต์ต้นแบบในการผลิตหรือการศึกษาวิจัย การนำเข้ารถยนต์เป็นการชั่วคราวเพื่อใช้ในการแข่งขันหรือเพื่อเป็นตัวอย่างหรือเพื่อจัดแสดง การนำเข้ารถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก เป็นต้น

เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยสามารถแข่งขันด้านนวัตกรรม สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ให้สามารถผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มอุตสาหกรรม S-curve โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์นวัตกรรมสมัยใหม่ได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล อีกทั้ง กรณีชาวต่างชาติต้องการนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อการท่องเที่ยวยังคงสามารถนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวได้ภายใต้กฎหมายศุลกากร โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การออกกฎหมายดังกล่าวเป็นไปด้วยความรอบคอบ จึงขอเชิญหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ฉบับดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ www.dft.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2562 ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ DFT Call Center โทร 1385 หรือ กองบริหารการค้าสินค้าทั่วไป กรมการค้าต่างประเทศ โทร 0 2547 5124

ข่าวล่าสุด