โดยสินค้าในรายงานการไต่สวนว่าจะเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ หรือไม่ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ประกอบทั้งคันถึงชิ้นส่วนประกอบ และสิ่งที่น่ากังวลหากสหรัฐฯ ตัดสินใจขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนประกอบจริง จะส่งผลต่อตลาดรถยนต์ทั่วโลก ทำให้ต้นทุนผลิตและราคาจำหน่ายที่สูงขึ้น ขณะที่อุปสงค์หรือความต้องการซื้อรถใหม่จะลดวูบลงและผู้ซื้ออาจหันเข้าหาตลาดรถยนต์มือสองมากขึ้นกว่าเดิม
จากสถิติของทางการสหรัฐฯในช่วง11เดือนแรกของปี61สหรัฐฯ นำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศมูลค่ารวม158,600ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่นำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯได้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีที่มีต่อกันในกลุ่มข้อตกลงสหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดาหรือ USMCA ส่วนตลาดอื่นๆ เช่นญี่ปุ่น เยอรมนี เกาหลีใต้ อังกฤษ ก็จะได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น และทรัมป์เองได้โพสต์ทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ชื่นชอบการใช้มาตรการภาษีและชอบให้ประเทศคู่ค้ามาเจรจาต่อรอง
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า 90 วัน ที่ผู้นำสหรัฐฯ จะใช้ในการพิจารณารายงานข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์นั้น แท้จริงแล้ว คือ ช่วงเวลาที่เปิดให้มีการวิ่งล๊อบบี้ ทั้งจากฝ่ายเห็นด้วยและฝ่ายที่คัดค้านการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนประกอบ