นายวีรวิชญ์ กล่าวต่อว่า โดยการทำแผนวันนี้ก็ตั้งใจมาดูโฉมหน้า แววตา นายอู๋ จัว หมิง ว่ามีความสำนึกหรือไม่ ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่านายอู๋ จัว หมิง น่าจะมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี จึงอยากวิงวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงโทษขั้นสูงสุด แม้ผู้ต้องหาจะการกราบขอขมาแม่ ยังจุดที่ลงมือฆ่าไปแล้วก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าผู้ต้องหาจะไม่สำนึก และหากออกมาอาจต้องก่อเหตุแบบนี้อีก
พ.ต.อ.อำนาจ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายอู๋ จัว หมิงให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยรู้จักกับผู้ตายเรื่องจากทำธุรกิจขายเสื้อผ้าด้วยกัน โดยที่ที่เดินทางมานั้น ตั้งใจมายืมเงินจำนวน 100,000 บาท โดยใช้อุบายบอกผู้ตายว่าจะนำเงินมาคืนจำนวน 120,000 บาท ที่เคยยืมไปแล้ว แต่สุดท้ายนายอู๋ จัว หมิงก็กลับมายืมเงิน แต่ผู้ตายไม่ยอมให้ยืมจึงได้มีการปะทะอละมีปากเสียงกัน นายอู๋ จัว หมิง จึงได้ใช้มือบีบคอผู้ตายจนแน่นิ่งได้ ซึ่งได้ไม่คิดว่าผู้ตายจะเสียชีวิต นายอู๋ จัว หมิง จึงไอ้ทำการปลดทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต และขึ้นรถหลบหนีไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้ขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งสายใต้ เพื่อต้องการหลบหนีออกนอกประเทศโดยใช้เส้นทางทะเล สำหรับเหตุผลที่นายอู๋ จัว หมิง เลือกหลบหนีไปยังเกาะสมุยเพราะว่าเคยพักอาศัยและทางเดินไปที่เกาะสมุยบ่อยจึงชำนาญเส้นทาง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ขอให้ทางครอบครัวสบายใจตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรม เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" และ "ข้อหาลักทรัพย์" และจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาภิเษก เวลา 09.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้