ภายหลังมีพระราชโองการฯ ระบุสถานะของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ว่าทรงอยู่เหนือการเมือง และเป็นกลางทางการเมืองนั้น / ทำให้เกิดคำถามถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะ "พรรคไทยรักษาชาติ" ผู้เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่าสุ่มเสี่ยงต้องเผชิญกับอะไร
จากการตรวจสอบเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 87-89 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อ "ว่าที่นายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคการเมือง" หรือ "แคนดิเดตนายกฯ" / สรุปว่าหากพรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลใดแล้ว จะถอนหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อไม่ได้ ยกเว้นเพียง 2 กรณี คือเสียชีวิต กับขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามเท่านั้น / แต่ก็ต้องกระทำก่อนปิดการรับสมัครเลือกตั้งด้วย / ซึ่งหากเทียบกับการเลือกตั้งหนนี้ ก็คือเวลา 16.30 น.ของวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา / ฉะนั้นเมื่อพ้นกำหนดไปแล้ว การถอนหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อจึงกระทำไม่ได้
"ทีมข่าวเนชั่นทีวี"ได้สอบถามไปยังนักกฎหมายหลายคน ได้รับคำตอบตรงกันว่า การพิจารณาเรื่องคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกกต. แตกต่างจากกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสองระบบ
แต่เมื่อข้อเท็จจริงล่าสุดเป็นแบบนี้ และมีพระราชโองการออกมาอย่างชัดเจน ก็่น่าเชื่อว่า กกต.จะต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น
สำหรับพรรคไทยรักษาชาติ มีแนวโน้มสูงที่จะถูกสอบสวนเอาผิดตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2561 หมวด 4 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง / ข้อ 17 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง
แต่ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนคือ ความผิดในเรื่องนี้ ต้องรับโทษถึงขั้นไหน?
หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป / ไพบูลย์ นิติตะวัน / เป็นผู้ที่ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ให้วินิจฉัยการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติว่าเข้าข่ายขัดต่อระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งฯหรือไม่ / เนื่องจากมีการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง / ซึ่งล่าสุดไพบูลย์คาดว่าภายในวันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์จะมีความชัดแจนจาก กกต. ซ้่ำยังเรียกร้องให้พรรคไทยรักษาชาติแสดงความรับผิดชอบอย่างใดอย่างหนึ่งด้วย
ความผิดที่ไพบูลย์มองว่าเชื่อมโยงกับระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งฯ ข้อ 17 คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วยด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 เรื่อง "การสิ้นสุดของพรรคการเมือง" โดยมีอยู่ 2 ข้อที่เกี่ยวกับเรื่องสถาบันเบื้องสูง คือ กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ / และกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
สำหรับผู้ที่ต้องรับผิดชอบ อย่างน้อยก็ในขั้นตอนการถูกตรวจสอบไต่สวนความผิด ก็คือแกนนำและกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติทั้งหมด เพราะร้อยโทปรีชาพล หัวหน้าพรรค แถลงเองว่าการดำเนินการเรื่องนี้เป็นมติของพรรค
ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ
ปัจจุบันแกนนำพรรคไทยรักษาชาติหลายคน เป็นคนใกล้ชิดของตระกูลชินวัตร นอกจาก ร้อยโทปรีชาพล ที่เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ยังมี มิตติ ติยะไพรัช ลูกชายของ ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นเลขาธิการพรรคด้วย / นอกจากนั้นยังมี ฤภพ ชินวัตร ลูกชายของพายัพ ชินวัตร น้องชายของอดีตนายกฯทักษิณ เป็นรองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 / ต้น ณ ระนอง บุตรชายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรองเลขาธิการพรรค / คณาพจน์ โจมฤทธิ์ เพื่อนสนิทของ แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวอดีตนายกฯทักษิณ เป็นรองเลขาธิการพรรคคนที่ 3 และ ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หรือ "แซนด์" หลานสาวของทั้งอดีตนายกฯทักษิณ และอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นนายทะเบียนพรรค
อนาคตของพรรคการเมืองเจ้าของสโลแกน "โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน" จะมีใครต้องตกขบวนรถไฟเลือกตั้งเที่ยวสุดท้ายหรือไม่...งานนี้ห้ามกระพริบตา