รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ระบุ ภาพรวมเศรษฐกิจปีที่แล้วค่อนข้างดี คาดขยายตัวได้กว่า 4% ประเด็นอยู่ที่ปีนี้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี ความไม่แน่นอนสูงมาก ฉะนั้น การลงทุนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจจะมีส่วนสำคัญมากที่จะช่วยรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน แต่ที่แน่นอน คือ เรามีโครงการลงทุนของราชการและรัฐวิสาหกิจที่เรามีโครงการอยู่แล้ว ถ้าเรารักษาโมเมนตั้มการลงทุน แม้ว่า การส่งออกจะมีผลจากสงครามการค้าที่เกิดขึ้น เราจะสามารถประคองให้เศรษฐกิจผ่านพ้นช่วงไตรมาสหนึ่งและสองไปได้
นอกจากนี้รัฐวิสาหกิจต้องทำงานแข่งกับเวลาเนื่องจากเหลือเวลา 3-4 เดือนก่อนจะมีรัฐบาลใหม่ดังนั้นข้าราชการทำงานแบบเรื่อยๆไม่ได้ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่ดี ทุกหน่วยต้องพยายามเร่งรัดถ้าติดปัญหาต้องรีบประสานสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร.ไม่ใช่เพียงการปรับลดเป้าหวังอย่างยิ่งว่าจะประคองเศรษฐกิจให้ครบเทอมของรัฐบาล เพื่อส่งไม้ต่อให้รัฐบาลชุดต่อไปคาดว่า กว่าจะได้รัฐบาลใหม่ก็เกือบครึ่งปี ประเทศจะอยู่ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่ดีแบบนี้ ไปไม่ได้ ต้องทำให้เต็มที่ทุกคนเป็นธรรมชาติที่การลงทุนทุกอย่างจะช้าและไปเร่งรัดตอนปลาย หน้าที่คืออย่าปล่อยให้เป็นเช่นนั้น การลงทุนล่วงหน้าถ้าทำได้ก็ควรทำ อะไรที่ชะลอต้องหาอย่างอื่นทำเพิ่มเติม
ด้านที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สคร. ปานทิพย์ ศรีพิมล ระบุ การเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณยังต่ำกว่าแผน โดยทำได้เพียง 58%ของวงเงิน 5.9 หมื่นล้านบาทรองนายกฯจึงมอบหมายให้สคร.เร่งรัด ส่วนงบลงทุนที่จะมีเสนอให้มีการปรับลดได้ให้นโยบายให้นำเงินไปลงทุนในโครงการใหม่ และกำหนดให้การเบิกจ่ายเป็นตัวชี้วัดการดำเนินการของซีโออีอย่างเข้มงวดด้วย ทั้งนี้ วงเงินเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบ2562 อยู่ที่ 3.8 แสนล้านบาท