6 ก.พ.62 - ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ,ศาสตราจารย์พรพิมล กองทิพย์ และรองศาสตราจารย์พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ร่วมแถลงลาออกจากการเป็นกรรมการในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันและจำกัดศรัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเห็นว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการไม่สามารถดำเนินการเพื่อให้มี การรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการชุดใหม่ที่มีหลักฐานน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้
โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา บอกว่า เห็นได้จากตัวแทนนักวิชาการได้นำเสนอข้อมูลทางวิชาการที่มีหลักฐานน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ ทั้งที่เป็นรายงานสรุป รายงานวิจัยในประเทศ ในที่ประชุมเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีการพิจารณา บรรจุวาระ หรือดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปตามกระบวนการทางวิชาการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามกรอบเวลา
แต่กลับมีหนังสือเชิญประชุมล่าสุด โดยอ้างข้อร้องเรียนของสมาพันธ์เกษตรปลอดภัยที่คัดค้านมติและคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน และข้อเสนอของสภาวิจัยแห่งชาติ หรือ ว.ช.ที่เสนอให้มีการยกเลิกการใช้สารพิษที่มีความเสี่ยงสูง บรรจุในวาระการประชุมในวันนี้ กลุ่มนักวิชาการจึงมองว่า คณะกรรมการชุดนี้ แสดงเจตนาว่าการดำเนินงานเป็นไปเพื่อสร้างแรงกดดันไม่ให้มีการทบทวนมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งจะมีการจัดประชุมในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้
อย่างไรก็ตามจุดยืนของนักวิชาการทั้ง 3 คนคือ ต้องมีการยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดภายในสิ้นปีเท่านั้น จะประวิงเวลาด้วยการจำกัดการใช้ต่อไปไม่ได้ เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขมีมติแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดมาตั้งแต่ปี 2560 โดยให้มีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 3 ปีที่จะยกเลิกใช้ไปอย่างถาวร
ทั้งนี้ ตนไม่แน่ใจว่างานวิจัยของ วช.จะมีการสอดไส้ลงไปหรือไม่ แต่สำหรับข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยันชัดเจนว่าต้องมีการยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดอย่างเด็ดขาด ทั้งยังเห็นว่าการยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ควรจะได้ความชัดเจน ก่อนการเลือกตั้ง 24 มีนาคม นี้ ด้วย
นอกจากนี้ยังระบุว่า ได้ตรวจสอบพบหลักฐานว่า กรรมการฯจำนวน 4 คน ในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจสารเคมีเกษตร จึงเห็นว่าโครงสร้างของคณะกรรมการเช่นนี้ไม่อาจทำให้การดำเนินงานและการประชุมสามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ เพื่อจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเคมีกพจัดศัตรูพืชได้ ดังนั้นการอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้อาจไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้
ก่อนหน้านี้นักวิชาการทั้ง 3 คน ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการโครงการพัฒนาสุขภาพเกษตรกร ของเครือข่ายศึกษาด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมระดับสากล ซึ่งมีนักวิชาการที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบการใช้สารเคมีเกษตร จากมหาวิทยาลัยต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมเพื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ ตลอดจนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อวางแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ต่อไป