พ.ต.อ.สมบูรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สายตรวจ 191 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีนายทุน ชื่อนายฤาชัยหรือต่อ ฉายาเฉาก๊วย นำเงินมาปล่อยกู้ คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และยังปล่อยให้กู้โดยใช้รถเป็นหลักประกันไว้ ในอัตราร้อยละ 30 บาทต่อเดือน ซึ่งใช้ชื่อในนามบัตรว่า "ทรัพย์มณีเงินทุน"
โดยนายฤาชัย มีลูกน้องที่ร่วมทำงานในการปล่อยเงินกู้ 4-5 คน ใช้รถจยย. 4-5 คัน ตระเวนปล่อยเงินกู้ตามตลาดนัดและคนทั่วไปในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยปล่อยให้กู้เงินเป็นรายวัน จำนวน 10,000 บาทต่อราย และในครั้งแรกจะต้องจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นวันละ 600 บาทจนครบ 22 วัน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 30 บาทต่อเดือนซึ่งถือว่าเกินที่กฏหมายกำหนด ส่วนการใช้รถเป็นหลักประกัน จะประเมินตามสภาพรถและผ่อนชำระเป็นรายเดือนแล้วแต่ราคารถ เจ้าหน้าที่จึงวางแผน ก่อนทำการจับกุมนายณัฐพล และนายกฤษฏา ได้ที่ห้างบิ๊กซี สาขาสุขสวัสดิ์ ขณะรอรับเงินจากผู้กู้ ก่อนขยายผลไปจับกุม นายฤาชัย นายทุน น.ส.ภัคนันท์ คนดูแลบัญชี ภรรยาของนายฤาชัย และ นายภูวนาท คนหาลูกค้าแจกนามบัตร ได้ที่บ้านพักเลขที่ 888/121 หมู่ 2 ซอยประชาอุทิศ 90 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งใช้เป็นสำนักงาน
พ.ต.อ.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติการณ์ของแก้งเฉาก๊วย มีเงินหมุนเวียนเดือนละ 200,000 บาท การทำงานจะแบ่งหน้าที่กันทำโดยมีนายฤาชาเป็นหัวหน้าและนายทุน น.ส.ภัคนันท์ ภรรยาของนายฤาชา เป็นเจ้าของบัญชีที่ลูกค้าจะโอนเข้า นายภูวนาทคอยแจกนามบัตรทรัพย์มณีเงินทุน และหาลูกค้า นายณัฐพลและนายกฤษฏา ทำหน้าที่เก็บเงินและแจกนามบัตร ส่วนค่าจ้าง นายฤาชา จะให้เงินลูกน้องทั้ง 4 คน คนละ 5,000 บาทต่อเดือน และมีค่าน้ำมันสำหรับใช้รถจยย.คอยเก็บเงินกับหาลูกค้าอีกวันละ 100 บาท ทำมานานกว่า 1 ปี ปัจจุบันมีรายชื่อลูกหนี้อยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีกว่า 50 คน เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบยังไม่พบว่าเคยก่อเหตุทำร้านลูกหนี้รายใด ซึ่งหลังจากนี้จะทำการขยายผลไปยังเครือข่าวอื่นๆที่มีความเชื่อมโยงกันพร้อมส่งเรื่องไปยัง ปปง. ยึดทรัพย์ต่อไป