สองสาวผู้เสียหายถูกหนุ่มหน้าตาดีสร้างโปรไฟล์ หลอกพูดคุยผ่านทางเฟซบุ๊ก อ้างมีธุรกิจ รถหรู ก่อนแชทลวงลงทุน แถมยังหลอกให้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ก่อนเชิดเงินหนี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนผู้เสียหายหญิง จำนวน 2 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Boripun Deemuk" โดยนำสำเนาเอกสารข้อความสนทนาทางเฟสบุ๊กมามอบให้เป็นหลักฐาน โดยพฤติกรรมเจ้าของเฟสบุ๊กดังกล่าวจะเป็นหนุ่มหน้าดี หลอกลวงผู้เสียหายหญิงหลายราย สร้างโปรไฟล์ดี อ้างเป็นเจ้าของธุรกิจ , มีรถหรูขับ , หาเหยื่อด้วยการทักแชททางเฟสบุ๊ก , เลือกหญิงหน้าตา , มีฐานะร่ำรวย , จากนั้นจะพยายามพูดทางผ่านเฟสบุ๊ก ในลักษณะชวนร่วมลงทุนทำธุรกิจ , และชวนทำงานด้วย จากนั้นจะสานความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ก่อนจะหลอกยืมเงินกับผู้เสียหายปัจจุปัน มีเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้แล้วกว่า 200 ราย เสียหายกว่า 300,000 บาท

สาวร้องตร.หลังถูกหนุ่มหน้าตาดีหลอกเงินผ่านเฟซบุ๊ก



ผู้เสียหายหญิงคนแรก อ้างว่า ได้เล่นเฟสบุ๊กตามปกติก่อนจะถูกผู้ต้องหาทักแชทมาพูดคุยชักชวนทำเว็บไซต์ ซึ่งตนเห็นว่าผู้เสียหายหน้าตาดี,ดูมีฐานะร่ำรวย,มีกิจการส่วนตัว จึงได้พูดคุยกับผู้ต้องหา จากนั้นได้สานสัมพันธ์เชิงชู้สาวขอคบหาดูใจ ก่อนจะขอให้โอนเงินเพื่อนำไปทำเว็บไซต์ร่วมกัน แต่เมื่อมีการโอนเงินไปแล้วก็จะเงียบหายไป เมื่อมีการทวงถามก็จะอ้างเหตุผลต่างๆ โดยระหว่างการให้สัมภาษณ์ผู้เสียหายยังได้เปิดเสียงสนทนาระหว่างผู้ต้องหากับผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่พยายามพูดให้น่าสงสารเพื่อขอให้โอนเงินให้ด้วย

สาวร้องตร.หลังถูกหนุ่มหน้าตาดีหลอกเงินผ่านเฟซบุ๊ก


ขณะที่ผู้เสียหายหญิงคนอีกราย อ้างว่า ถูกผู้ต้องหาแชทพูดคุยชักชวนให้ทำงานฟรีแลนซ์เป็นเลขาส่วนตัว โดยจะได้ค่าตอบแทนตามโปรเจคงานประมาณ 10% แต่หลังทำงานก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่อยๆทั้งค่าจัดงาน,ค่าช่างภาพ โดยจะขอให้ตนเองสำรองเงินจ่ายไปก่อนและหากไม่จ่ายเงิน ก็จะกดดันโดยอ้างว่างานก็จะดำเนินต่อไปไม่ได้และจะไม่ได้รับค่าจ้าง  ส่วนที่เดินมาวันนี้เพราะไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก เพราะผู้ต้องหายังมีพฤติกรรมหลอกเอาเงินกับผู้เสียหายคนใหม่ไปเรื่อยๆ

สาวร้องตร.หลังถูกหนุ่มหน้าตาดีหลอกเงินผ่านเฟซบุ๊ก

สำหรับกรณีนี้ ทราบว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อรวมแล้วกว่า 200 ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนบาท โดยเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ไม่กล้าเข้าแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับความเสียหาย และรู้สึกอับอาย โดยที่ผ่านมามีการแจ้งความขอให้ดำเนินคดีไปแล้วในพื้นที่สน.ทุ่งสองห้อง,สน.พระโขนง และสน.สำเหร่