นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation STORY ว่า นับตั้งแต่ช่วงต้นปี เงินบาทเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกเรื่องเดิม คือ ความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ที่หนุนให้เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่วนใหญ่ยังคงออกมาดีกว่าคาด
ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อก็ดูจะชะลอตัวลงช้ากว่าคาด จนทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณย้ำว่า เฟดจะไม่รีบลดดอกเบี้ย ซึ่งล่าสุดผู้เล่นในตลาดต่างก็คาดว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ไม่ถึง 2 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่ตลาดเคยมองว่า เฟดยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้ง ตามที่ระบุไว้ใน Dot Plot เดือนมีนาคม
นอกจากนี้เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้เงินดอลลาร์ก็แข็งค่าขึ้น ส่วนราคาน้ำมันดิบก็ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ปัจจัยดังกล่าวก็มีส่วนทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเช่นกัน และช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง
ส่วนปัจจัยภายในเงินบาทก็เผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ และแรงขายสินทรัพย์ไทย จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน รวมถึง ความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด และการปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของไทย ที่ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ไทยต่างปรับตัวสูงขึ้น