เนชั่นทีวี

ข่าว

จับกุมนักค้าซากสัตว์ป่า พร้อมเล็บหมี 1,666 ชิ้น มูลค่า 8 ล้าน

22 ม.ค. 2562 | jiradej

จับกุมนักค้าซากสัตว์ป่า พร้อมเล็บหมี 1,666 ชิ้น มูลค่า 8 ล้าน

รอง ผบ.ตร. ควงแขน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายลักลอบค้าซากสัตว์ป่าข้ามชาติ ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมยึดของกลาง เล็บหมี 1,666 ชิ้น มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร พร้อมด้วยพล.ต.ท.อำพล  บัวรับพร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.บช.ภ.1 พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผกก.1 บก.สส.ภ.1

จับกุมนักค้าซากสัตว์ป่า พร้อมเล็บหมี 1,666 ชิ้น มูลค่า 8 ล้าน

 นายถิรเดช ปาละสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชานาญการพิเศษ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง และนายศักด์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้าซากสัตว์ป่าข้ามชาติ โดยได้จับกุมนายกะต่าย สีสุวัน (Mr.KATAY SISOUVANH) อายุ 28 ปี สัญชาติลาว นายธรรมนูญ คงดี อายุ 44 ปี นายวราพงศ์ พันธ์แจ่ม อายุ 58 ปี นายเหงียน วัน เฮิบ (Mr.NGUYEN VAN HOP) อายุ 39 ปี สัญชาติเวียดนาม พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นซากเล็บหมี จำนวน 1,666 ชิ้น คาดว่าซากดังกล่าวมาจากหมีไม่น้อยกว่า 83 ตัว ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ป่า 4 ชิ้น กระเป๋าเดินทางสีดำ 1 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง แม่กุญแจยี่ห้อ Tri-Circle 1 ตัว รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท โดยจับกุมได้นายกะต่าย ได้ที่หน้าตู้บริการตำรวจทางหลวงวังน้อย ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา


จับกุมนักค้าซากสัตว์ป่า พร้อมเล็บหมี 1,666 ชิ้น มูลค่า 8 ล้าน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้างาช้างแปรรูปรายใหญ่ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2561 ที่ด่านศุลกากรนครพนม โดยจับกุมนางเหงียน กี่ ทัน ชาวเวียดนาม พร้อมของกลางงาช้างแปรรูปมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ต่อมาศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปทส.ตร.) ได้สั่งการให้มีการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายดังกล่าวในทุกมิติ ตำรวจภูธรภาค 1 โดยศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศปทส.ภ.1) ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายกลุ่มขบวนการดังกล่าว
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่า จะมีการลักลอบขนซากสัตว์ส่งออกนอกประเทศอีกครั้ง โดยจะนำกระเป๋าบรรจุซากสัตว์โดยสารไปกับรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2562 เวลาประมาณ 16.00 น. ทราบว่ากลุ่มขบวนการได้นำซากสัตว์บรรจุกระเป๋าเดินทางส่งไปกับรถโดยสารประจำทางสาย กรุงเทพ-ปากเซ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ประสานเจ้าหน้าท่ีตำรวจทางหลวงวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียกตรวจสอบรถคันดังกล่าวได้ท่ีบริเวณหน้าตู้บริการตำรวจทางหลวงวังน้อย ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผลการตรวจค้นพบกระเป๋าวางอยู่บริเวณช่องเก็บของด้านหน้าหน้าคนขับสอบถามพบว่า นายกะต่าย สีสุวัน สัญชาติลาว รับว่าเป็นผู้รับกระเป๋าใบดังกล่าวมา โดยมีชายชาวเวียดนาม ชื่อมิ้น เป็นผู้ประสานงานในการรับฝากและให้นำไปส่งให้กับชายชาวลาว อายุประมาณ 30 ปี ที่จะมารอรับกระเป๋าอยู่ที่ปากเซ จาก การตรวจค้นกระเป๋าดังกล่าวพบ ห่อพลาสติกสีฟ้าพันด้วยเทปกาว 4 ห่อ ซากสัตว์ป่าบรรจุอยู่ภายใน ถุงพลาสติกใส ใส่อยู่ภายในถุงดำจานวน 1 ถุง และชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ป่า 4 ชิ้น เมื่อส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าซากสัตว์ของกลางดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนสัตว์ในกลุ่มเสือ จำนวน 4 ชิ้น และซากสัตว์ส่วนเล็บของหมี 1,666 เล็บ คาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนมาจากหมีควาย อันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่น้อยกว่า 83 ตัว มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 8 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังขยายผลเครือข่ายลักลอบค้าซากสัตว์ป่าข้ามชาติสามารถจับกุมตัวนายวราพงศ์ พันธ์แจ่ม และนายเหงียน วัน เฮิบ สัญชาติ เวียดนาม ทำหน้าที่จัดเก็บและบรรจุจัดส่ง ซากสัตว์ป่า พร้อมทั้งได้ตรวจค้นบ้านนายธรรมนูญ คงดี นายทุนที่รวบรวม ซาก สัตว์ป่าต่างๆ และทำการตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ ซากเต่ากระ 2 ซาก และซากเต่าตนุ 1 ซาก ไว้เพื่อตรวจการอนุญาตครอบครอง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขอศาลออกหมายจับนายธรรมนูญและสามารถจับตัวได้แล้ว
จากการสืบสวนทราบว่า เครือข่ายดังกล่าว มีนายธรรมนูญ เป็นนายทุน ทำหน้าที่คอยรวบรวมซากสัตว์ป่า ก่อนให้นายวราพงศ์และนายเหงียน วัน เฮิบ ชาวเวียดนาม ทำการเก็บและบรรจุซากสัตว์ป่าลงกระเป๋า แล้วส่งให้นายกะต่าย ซึ่งเป็นคนขับรถโดยสาร (บขส.) นำไปส่งต่อให้กับลูกค้าตามท่ารถประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนนายมิ้น ชาวเวียดนาม เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายกับลูกค้า ซึ่งเป็นชายชาวลาว (ไม่ทราบชื่อ) วัย 30 ปี ในการนำซากสัตว์ป่าไปส่งยังประเทศที่ 3 ส่วนซากสัตว์ป่าของกลางนั้น จากการสอบสวนทราบว่า เล็บหมีจะถูกนำไปทำเป็นเครื่องประดับ และเครื่องรางของขลัง เนื่องจากมีความเชื่อว่าพกติดตัวจะฟันแทงไม่เข้า มีราคารับซื้อประมาณ 700 บาท แต่เมื่อนำไปแปรรูปเป็นเครื่องประดับจะมีราคาสูงถึง 8,000-10,000 บาท ส่วนกะโหลกสัตว์กลุ่มเสือ จะนำไปบดเพื่อทำยา

จับกุมนักค้าซากสัตว์ป่า พร้อมเล็บหมี 1,666 ชิ้น มูลค่า 8 ล้าน

จากการสืบสวนยังทราบอีกว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการลักลอบส่งซากสัตว์ป่าออกนอกประเทศมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 คร้ัง ขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติที่จับกุมได้นี้ เป็นขบวนการที่มีเครือข่ายกว้างขวาง มีการติดต่อค้าขายและสั่งการกันทางออนไลน์ มีเครือข่ายเชื่อมโยงหลายจังหวัดในประเทศไทย และเชื่อมโยงกับหลายประเทศ ทั่ง สปป.ลาว เวียดนาม และจีน และมีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้างาช้างที่จับกุมได้ที่จังหวัดนครพนมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษทุกราย และให้มีการนำกฎหมายฟอกเงินมาบังคับใช้ เพื่อทลายเครือข่ายโดยเฉพาะนายทุนให้หมดสิ้นไป
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา"ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันช่วยซ่อนเล้น ช่วยกันจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนา หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพยายามนำเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าชนิดท่ีรัฐมนตรี ประกาศกำหนด หรือนำผ่านซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่า ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




ข่าวล่าสุด