จังหวะนั้นเอง มีคนร้ายพร้อมอาวุธสงครามครบมือมากกว่า 10 คน แต่งกายคล้ายทหารพราน ทำทีเข้าไปเยี่ยมกำลังพล อส.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียน ทำให้ อส.ไม่ทันระวังตัว คนร้ายจึงเปิดฉากยิงใส่ อส.ทั้งหมดจนเสียชีวิตทั้ง 4 นาย ประกอบด้วย อส.สุไลมาน แวอุเซ็ง อส.มูฮำมัด เต๊ะเด็ง อส.อับดุลเลาะ สาและ และ อส.บือราเฮง จิง จากนั้นได้ชิงอาวุธปืนยาวแบบ HK-33 ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของ อส. หลบหนีไป
ระหว่างทางหนีได้โปรยตะปูเรือใบ และวางวัตถุต้องสงสัยไว้บนถนน เพื่อสกัดการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ด้วย
เหตุการณ์นี้ต้องบอกว่าระทึกขวัญจริงๆ ไปฟังเสียงจากผู้ใหญ่บ้านบูโกะ เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
ข้อมูลสำคัญจากผู้ใหญ่บ้านก็คือ คนร้ายมารถจักรยานยนต์ ซึ่งก็สอดคล้องกับเหตุปะทะกับผู้ต้องสงสัยที่หลังมัสยิดกรือเซะ ก็ใช้มอเตอร์ไซค์เหมือนกัน จึงอาจเป็นกลุ่มเดียวกันก็ได้ นอกจากนั้น ผู้ใหญ่บ้านยังเล่าว่า โรงเรียนนี้เคยถูกวางเพลิงเผามาแล้ว 2 ครั้ง ตลอด 15 ปีไฟใต้
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือคนร้ายก่อเหตุในโรงเรียน ซึ่งทุกฝ่ายเรียกร้องให้เป็น "พื้นที่ปลอดภัย - ปลอดเหตุรุนแรง" โดยครูและ ผอ.โรงเรียนเล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังช่วยกันจัดสถานที่เพื่อเตรียมงานวันเด็ก พอได้ยินเสียงปืน ก็ได้แต่ตะโกนบอกเด็กๆ ให้หมอบลง เด็กๆ กลัวมาก มีเด็กหญิงชั้น ป.3 ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บด้วย
ต่อมา แม่ทัพภาคที่ 4 "บิ๊กเดฟ" พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ได้รุดไปตรวจที่เกิดเหตุด้วยตนเอง และสั่งการให้ติดตามไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ พร้อมทั้งเยี่ยมปลอบขวัญครอบครัวของ อส. จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า อส.ชุดนี้เป็น อส.ใหม่ เพิ่งเข้ารับหน้าที่ได้ไม่กี่วัน