เมื่อเวลา 11.11 น. วันที่ 10 มกราคม 2562 ที่ลานหน้าตึกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ได้ร่วมกันเปิดป้าย "อยากเลือกตั้ง" โดยใช้เวลาทำกิจกรรมไม่นาน จากนั้นได้มีการทั้งอาจารย์ และนักศึกษาได้มาถ่ายภาพโดยมีฉากหลังเป็นข้อความ "อยากเลือกตั้ง" กันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ในช่วงเช้าของวันนี้ เพจชื่อ" ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ได้โฟสข้อความสีม่วง เขียนว่า ขอเชิญร่วมเปิดป้าย"อยากเลิือกตั้ง" เวลา 11.11น.วันที่ 10 ม.ค.2562 ต่อมาได้มีการลงภาพของอาจารย์ และนักศึกษา กว่า 20 คน ยืนหน้าป้ายผ้าที่ติดไว้หน้าคณะนิติศาตร์ว่า "อยากเลือกตั้ง"
โดยเพจดังกล่าวได้เขียนข้อความโพสต์ว่า" อยากเลือกตั้ง อยากเลือกตั้ง เพราะอยากกำหนดอนาคตของสังคมด้วยตนเอง มากกว่าปล่อยให้ผู้ซึ่งไร้ความสามารถและความละอายมาปกครองด้วยอำนาจเถื่อน ใครไม่อยากเลือกตั้งถึงวันเลือกตั้งก็ไม่ต้องไปใช้สิทธิแต่อย่ามาเรียกร้องให้เลื่อน เลิก และลิดรอนสิทธิของคนอื่น เพราะเราต่างก็เกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่มีใครมีสิทธิเหนือกว่าผู้อื่น เราเป็นเจ้าของสังคมแห่งนี้เท่าๆ กัน การเลือกตั้งจึงเป็นอำนาจของทุกคน
นอกจากนี้ ในเพจดังกล่าว ยังได้ทยอยลงภาพ และความคิดเห็นของอ.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า "เลือกตั้งคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางใหม่ของสังคมไทย" เช่นเดียวกับภาพ
ขณะที่นายวัชรภัทร ธรรมจักร นายกสโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เป็นกิจกรรมของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ จัดโดยสโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งกว่า 5 ปีแล้วที่อยู่ในระบอบเผด็จการของคณะรัฐประหารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช.ไม่ว่าจะเป็นการริดรอนสิทธิความคิดเห็น ถูกละเมิดสิทธิถึงขั้นเกินกว่าสิทธิมนุษยชน นักศึกษาเห็นว่าการออกมาเลื่อนเลือกตั้งไม่ชอบ เลื่อนมา 3-4 ครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคนในสังคม ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐาน นักศึกษาไม่ได้กระหายเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือเดียว ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้สวยงามดั่งฝันว่าจะสงบสุขแต่เป็นการประกันสิทธิของประชาชน เป็นสิทธิพื้นฐานอันพึ่งอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ซึ่งนักศึกษานิติศาสตร์อยากจะสะท้อนให้กับทุกคน
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายได้เดินทางเข้ามายังคณะนิติศาสตร์ได้เข้ามาสอบถามว่า ทางคณะติดป้าย หรือทางมหาวิิทยาลัยเป็นคนติดป้าย และมีนักศึกษาตอบไปว่า ไม่ทราบ
.