มีจำนวนทั้งสิ้น 6,390 คดี โดยวันที่ 6 ที่มีการควบคุมเข้มงวด มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ จำนวนน้อย เนื่องจากศาลปิดทำการ ซึ่งมีจำนวน 119 คดี จำแนกเป็น
- คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 119 คดี (ยอดสะสม 6 วัน จำนวน 5,903 คดี)
- คดีขับเสพ ไม่มีคดี (ยอดสะสม 6 วัน จำนวน 446 คดี)
- คดีขับรถประมาท ไม่มีคดี (ยอดสะสม 6 วัน จำนวน 39 คดี)
- คดีขับซิ่ง ไม่มีคดี (ยอดสะสม 6 วัน จำนวน 2 คดี)
ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุรา (รายวัน) สูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดระยอง จำนวน 76 คดี จังหวัดแพร่ จำนวน 23 คดี และจังหวัดเชียงราย จำนวน 16 คดี
สำหรับจังหวัดที่มียอดคดีขับรถขณะเมาสุราสะสม (รวม 6 วัน) สูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 413 คดี จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 411 คดี และจังหวัดสกลนคร จำนวน 382 คดี
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งติด EM ในคดีขับรถขณะเมาสุรา โดยมีเงื่อนไขให้รายงานพนักงานคุมประพฤติ พร้อมเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร 4 ครั้งมีกำหนด 1 ปี ให้ทำงานบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่มีกำหนด 6 เดือน และห้ามออกจากที่อยู่อาศัยของตน ตั้งแต่เวลา 22.00 น.- 04.00 น. ในระยะเวลา 15 วัน สำหรับสถิติจำนวนยอดสะสม 6 วัน เป็นจำนวน 67 ราย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 35 ราย จังหวัดขอนแก่น จำนวน 14 ราย จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 12 ราย จังหวัดราชบุรี จำนวน 5 ราย และจังหวัดระยอง จำนวน 1 ราย
อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวอีกว่า ผู้ถูกคุมความประพฤติที่กระทำผิดซ้ำซาก จะถูกคัดกรองและส่งไปบำบัดสุราที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดในพื้นที่ และให้ทำงานบริการสังคมกระตุ้นจิตสำนึกแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติ อาทิ การดูแลผู้ป่วยติดเตียงในโรงพยาบาล หรือร่วมเป็นอาสาจราจร เป็นต้น