ชายคนนี้ คือหนึ่งใน "ลูกหนี้ กยศ." ที่ถูกฟ้องยึดทรัพย์ เพราะติดหนี้จากการกูู้ยืมเรียน เขาโดนยึดบ้าน ทำให้ต้องเปลี่่ยนสถานะจากที่เคยเป็นเจ้าของบ้าน กลับต้องมาเช่าบ้านของตัวเองอยู่แทน
ชายคนนี้เป็นเพียง 1 ในหลายๆ กรณีตัวอย่างเท่านั้นที่เกิดขึ้นที่ชายแดนใต้ เพราะตลอดการเสวนาในหัวข้อ "มหกรรมลูกหนี้ กยศ.ชายแดนใต้" ปรากฏว่ามีลูกหนี้ที่ประสบกับความเดือดร้อน ต้องถูกยึดทรัพย์ หรือถูกฟ้องบังคับคดี มาบอกเล่าประสบการณ์ให้ฟังหลายราย บางคนถึงกับร่ำไห้ที่ต้องสูญเสียที่ดินและบ้าน บางคนอยู่ระหว่างถูกยึดที่ดินไปขายทอดตลาด และมีบิดาหรือมารดาเป็นผู้ค้ำประกัน ทำให้รู้สึกหวาดกลัวว่าจะมีความผิด ต้องสูญเสียทรัพย์สิน จนเครียดกันไปทั้งครอบครัว
ทนายความที่ให้คำปรึกษากับลูกหนี้ กยศ.ที่ชายแดนใต้ บอกว่า ปัญหาสำคัญของลูกหนี้ในพื้นที่นี้ คือไม่รู้สถานะของคดีตัวเอง ไม่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและขั้นตอนต่างๆของทางราชการ ทำให้ไม่กล้าเจรจาไกล่เกลี่ย สุดท้ายก็ถูกยึดทรัพย์อย่างเดียว
ในแง่นโยบาย การให้กู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการศึกษา เป็นแนวคิดที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ผิดก็คือ การที่ กยศ.ทำตัวเหมือนสถาบันการเงิน และใช้ระบบการบังคับลูกหนี้เหมือนที่สถาบันการเงินใช้ เช่น เบี้ยปรับสูงถึง 18% ทำให้ลูกหนี้ กยศ.บางคน ต้องจ่ายเบี้ยปรับมากกว่าเงินต้นที่กู้ไป เช่น เงินต้น 2.5 แสนบาท ต้องจ่ายเบี้ยปรับ 2.6 แสนบาท และดอกเบี้ยอีกเป็นแสนทำให้เวลาจ่ายคืนจริงๆ ต้องจ่าย 6 แสนกว่าบาท แถมยังต้องชำระเบี้ยปรับเต็มจำนวนก่อน จึงจะเริ่มผ่อนจ่ายเงินต้นได้ ซึ่งโดยมากคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือทำงานมาระยะหนึ่ง ก็จะไม่มีเงินก้อนไปตัดเบี้ยปรับ ทำให้หนี้พอกพูน และถูกฟ้องยึดทรัพย์ในที่สุดอดีตรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เคยทำงานด้านอำนวยความยุติธรรมมาตลอด บอกว่าระบบแบบนี้ไม่เป็นธรรมกับลูกหนี้ และรัฐควรเลิกการคิดดอกเบี้ยกับเบี้ยปรับ เนื่องจากดอกเบี้ยที่รัฐได้รับไปแล้ว คือคนจบปริญญาที่ไม่สร้างปัญหาให้สังคม
บทสรุปจากวงเสวนาก็คือ การสร้างเครือข่ายลูกหนี้ กยศ. แล้วทำหนังสือยื่นถึง กยศ. เรียกร้องให้ยกเลิกเบี้ยปรับ และดอกเบี้ย รวมทั้งขอให้ยืดเวลาการชำระเงินต้นให้ยาวขึ้น เพราะทุกคนพร้อมใช้หนี้ ไม่หนีหนี้ และยืนยันเป็นคนดีของสังคม
สำหรับปัญหาหนี้ กยศ.ที่ชายแดนใต้ ต้องบอกว่าวิกฤติจริงๆ ถึงขั้นที่รัฐบาลต้องสั่้งให้กรมบังคับคดี จับมือกับ กยศ. จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยลูกหนี้ / โดยจัดไปแล้วที่จังหวัดยะลา กับปัตตานี มีคนไปร่วมงานมืดฟ้ามัวดิน