ไล่เรียงข้อกฎหมายกันไปแล้ว นอกจากบทบาทของประธานสภา อบต.ผึ้งรวง ที่เข้าไปรับหน้าเสื่อไกล่เกลี่ยยอมความ ทั้งที่กฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้กระทำได้ จนถูกสังคมรุมประณามเละเทะไปเรียบร้อย อีกด้านหนึ่งก็ยังมีบทบาทของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี ที่ทำงานผิดหลักการเมื่อรับแจ้งความคดีที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนด้วย
คุณอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บอกว่า คดีกระทำชำเราเด็กหญิง เป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ ข่าวที่ออกมาว่าพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความในครั้งแรก ถ้าเป็นจริงถือว่าเป็นความผิด ที่สำคัญเมื่อทั้งผู้กระทำและเหยื่อเป็นเด็กหรือเยาวชน พนักงานสอบสวนต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนด้วย เช่น ไม่ขังรวมกับผู้ใหญ่ นอกจากนั้นเมื่อเด็กหญิงตกเป็นผู้เสียหาย ก็ต้องให้พนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้สอบปากคำ พร้อมประสาน "สหวิชาชีพ" คือ พนักงานอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา เข้าร่วมกระบวนการสอบสวนด้วย เพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก
คุณอังคณา ย้ำด้วยว่า เรื่องแบบนี้กฎหมายเขียนเอาไว้ครอบคลุมทั้งหมด แต่การปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักการกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องนำไปทบทวน เพื่อปรับปรุงการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิของเด็กและเยาวชนให้มากที่สุด