พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยได้ร่วมกันพิจารณาขับเคลื่อนแก้ปัญหาและการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ประจำปี 2561 เพื่อจัดส่งให้สหรัฐอเมริกา
โดยสรุปภาพรวมการดำเนินงาน จำนวนคดีค้ามนุษย์ในปี 2560 -2561 มีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับ ปี 2558 - 2559 / สถิติคดีด้านการบังคับใช้แรงงานเพิ่มขึ้น จากนโยบายรัฐบาลและมาตรการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง สามารถทำลายเครือข่ายกลุ่มผู้มีอิทธิพล ช่วยเหลือผู้เสียหายและดำเนินคดีกับผู้กับผู้ต้องหาได้เพิ่มมากขึ้น มีการลงโทษ และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด และมีการอายัดทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 471 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยรูปแบบการค้ามนุษย์ที่พบมาก ได้แก่ การค้าประเวณี การบังคับใช้แรงงาน และ ขอทาน เป็นต้น
พลเอก ประวิตร ได้แสดงความขอบคุณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ รวมทั้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ตามนโยบายของรัฐบาลตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นผลให้การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น พร้อมย้ำว่า การแก้ปัญหาระยะยาว มีความจำเป็นต้องเพิ่มบทบาทความร่วมมือกับมิตรประเทศและ องค์กรพัฒนาเอกชน NGOs มากขึ้น รวมทั้งต้องพัฒนาระบบงานและกลไกบริหารจัดการที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ คุณภาพและความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเพิ่มความเข้มข้นดำเนินงานมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเชิงรุกให้ครอบคลุมเป้าหมายในทุกพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ กลุ่มเสี่ยงในเด็กและสตรี ทั้งการค้าประเวณีเด็ก การกดขี่ใช้แรงงานเด็กที่เป็นอันตรายต่อพัฒนาการเด็กอย่างร้ายแรง การนำคนมาขอทาน รวมทั้งการใช้แรงงานบังคับในภาคประมงและอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน ขอให้ พม. และตำรวจ ให้ความสำคัญกับมาตรการเชิงรุก ในการค้นหาและช่วยเหลือเหยื่อออกมาจากวงจรการค้ามนุษย์ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับผู้กระทำผิดในทุกราย ควบคู่ไปกับ การสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับเครือข่ายผู้ประกอบการและภาคประชาชนมากขึ้น เพื่อร่วมแจ้งเบาะแส และแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่มุ่งสู่ความยั่งยืนร่วมกัน