ทั้ง 2 กรณีนี้ "ล่าความจริง" เกาะติดมาอย่างต่อเนื่อง
หนึ่ง คือ กรณีมหาวิทยาลัยหักหัวคิวเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัย หรือ พ.ม. ที่ไม่มีอัตราบรรจุเป็นข้าราชการ รัฐบาลจึงอนุมัติให้ได้เงินเดือนสูงกว่าข้าราชการ 1.7 เท่าในสายผู้สอน และ 1.5 เท่าในสายสนับสนุน โดยมติ ครม.เรื่องนี้มีมาตั้งแต่ปี 2542 แต่พนักงานมหาวิทยาลัยไม่เคยได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนเลย เพราะถูกมหาวิทยาลัยหักเอาไว้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 4,000 บาท อ้างว่าเอาไปตั้งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบ้าง หรือนำไปใช้ในกิจการอื่นเพื่อสวัสดิการของพนักงานบ้าง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ศาลปกครองเคยวินิจฉัยมาหลายคดีแล้วว่า มหาวิทยาลัยไม่สามารถหักหัวคิวแบบนี้ได้ แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหา ประมาณการกันว่าเม็ดเงินที่ถูกหักหัวคิวจากพนักงานมหาวิทยาลัยกว่า 1 แสนคนทั่วประเทศ มีมากถึงปีละ 5,000 ล้านบาท
พรุ่งนี้ ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย หรือ ทปสท. และศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES (อ่านว่า เชส) พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย จะเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. , สำนักงานงบประมาณ , กรมบัญชีกลาง , ผู้ตรวจการแผ่นดิน , และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. เพื่อเร่งรัดให้ทุกฝ่ายดำเนินการเชิงนโยบายให้มหาวิทยาลัยหยุดการหักหัวคิวเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัย , โดยนัดรวมพลกันบริเวณตรงข้ามทำเนียบรัฐบาลก่อน จากนั้นจะกระจายไปยังหน่วยงานต่างๆ ทุกหน่วย