หลังจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี สั่งซื้อน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องยนต์หมุนเร็ว จากสถานีบริการปตท. ของบริษัท เอกรัฐปิโตรเลียม จำกัด อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ใบสั่งซื้อลงวันที่ 10 ก.ย.2561 จำนวน 15,000 ลิตร ราคาน้ำมันขณะนั้น 28.12 บาท ภาษี 1.97 บาท รวมเป็นเงิน 451,350 โดยให้นำมาส่งที่คลังน้ำมันโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี
ต่อมา บริษัท เอกรัฐปิโตรเลียม นำน้ำมัน 15,000 ลิตร มาส่งที่คลังน้ำมันโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2561 เจ้าหน้าที่พัสดุประจำคลังน้ำมันลงรับไว้ครบถ้วน พร้อมใบแจ้งหนี้ นำส่งหัวหน้าพัสดุ เพื่อตั้งเรื่องเบิกค่าน้ำมันตามระเบียบราชการ
อย่างไรก็ตาม หลังพ้นเดือนก.ย. บริษัท เอกรัฐปิโตรเลียม ทวงถามค่าน้ำมัน แต่ได้รับคำตอบว่า จะตั้งเป็นงบเหลื่อมปี ในเดือน ต.ค.จะเบิกงบประมาณได้ แต่เมื่อผ่านพ้นเดือนต.ค. ยังไม่สามารถเบิกเงินได้ เมื่อเอกชนทวงถาม ก็อ้างว่าเป็นงบชลประทานจังหวัด รอจังหวัดตกเบิกมา จนถึงปัจจุบันเอกชน ยังไม่ได้รับเงินค่าน้ำมันจำนวนดังกล่าว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า มีความพยายามที่จะตั้งเรื่องสั่งซื้อน้ำมันจำนวน 15,000 ลิตรใหม่ จากเอกชนรายเดิม โดยไม่ต้องนำน้ำมันมาส่งให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี เพื่อจะได้ตั้งเรื่องเบิกงบประมาณ 451,350 บาท จ่ายให้บริษัท เอกรัฐปิโตรเลียม แต่วิธีการนี้ก็ติดปัญหาสต๊อคน้ำมันในคลังจะไม่ตรงกับความเป็นจริง นอกจากนั้น ราคาน้ำมันปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ น้ำมัน 15,000 ลิตร ในราคา 451,350 บาท ประการสำคัญที่สุด เอกชน ไม่ยอม เพราะได้มีการแจ้งเสียภาษีไปที่สรรพากรแล้ว เป็นการทุจริตชัดเจน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า บริษัท เอกรัฐปิโตรเลียม ยอมรับว่าถึงตอนนี้บริษัทเดือดร้อนพอสมควร แต่วิธีการที่เสนอมาว่าจะออกใบสั่งซื้อใหม่โดยไม่รับน้ำมันนั้น บริษัท ทำให้ไม่ได้ เพราะต้องทำใบลูกหนี้ให้ตรงกับสรรพากร จึงจะให้เวลาโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ภายในสิ้นเดือนธ.ค.นี้ หากยังไม่ได้รับเงินจะพิจารณาฟ้องร้องทางแพ่ง ต่อไป