หลังการตรวจค้นบ้านในครั้งนั้น "เสี่ยโจ้" โดนแจ้งข้อหาดำเนินคดีในหลายฐานความผิด หนึ่งในนั้นคือ ความผิดฐานครอบครองและใช้ "ดวงตราประทับไม้ปลอม" (เพราะเสี่ยโจ้ประกอบธุรกิจค้าไม้) คดีนี้ถูกฟ้องต่อศาล และศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน แต่ "เสี่ยโจ้" หลบหนีออกจากศาล โดยการช่วยเหลือของตำรวจนายหนึ่ง "เสี่ยโจ้"หนีหายไปหลายปี ก็กลับมาปรากฏตัวที่บ้านในอำเภอเมืองปัตตานี ตำรวจและทหารก็ให้ข่าวว่า "เสี่ยโจ้" มามอบตัวทุกคดี และได้รับประกันตัวหมดแล้ว หมายจับ 7 หมายเป็นอันยกเลิก
แต่ "ล่าความจริง" ตรวจสอบพบว่า มีอยู่หมายจับหนึ่งที่ยังไม่ยกเลิก ก็คือหมายจับในคดีหนีคำพิพากษาของศาล เรียกง่ายๆ คือ "คดีหนีคุก" ในความผิดฐานมีและใช้ดวงตราประทับไม้ปลอมนั่นเอง/ จึงสันนิษฐานได้ว่า "เสี่ยโจ้" ยังไม่ได้เข้ามอบตัวในคดีนี้ แต่ก็เกิดคำถามว่า ตอนที่เข้ามอบตัวคดีอื่นๆ กับตำรวจ ทำไมตำรวจไม่นำตัวส่งศาล เพื่อรับโทษตามคำพิพากษา เพราะหมายจับก็ออกมาตั้งแต่ปี 57 แล้ว
พันตำรวจเอก วิรุตน์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตตำรวจที่ขับเคลื่อนงานปฏิรูปสีกากี ตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า การให้เข้ามอบตัวตามหมายจับของผู้ต้องหาหลังหลบหนีไประยะหนึ่ง ถือเป็นเทคนิคที่ตำรวจมักใช้กับผู้ต้องหาที่มีเงินหรือมีอิทธิพล เพื่อจะได้ประกันตัวไป เมื่อเห็นว่ามีลู่ทางการต่อสู้คดีหรือประวิงคดีได้อีกนาน แต่ถ้าสุดท้ายเห็นว่าจะต้องแพ้คดีหรือติดคุกแน่ ค่อยคิดหนีตอนนั้นอีกที ทั้งที่โดยหลักการแล้ว การที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปตั้งแต่แรก ถือว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์หลบหนี จึงไม่เข้าเงื่อนไขการได้รับประกันตัว หรือ "ปล่อยชั่วคราว"
ส่วนกรณีที่มีการเข้ามอบตัวในคดีหนึ่ง แล้วยังมีหมายจับคดีหนีคำพิพากษาศาลค้างอยู่ด้วย แต่ตำรวจกลับไม่จับกุมส่งศาลนั้น พันตำรวจเอก วิรุตม์ บอกว่า จะปล่อยผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้ แต่ต้องมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่า พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบรู้หรือไม่ว่ามีหมายจับของศาลอยู่ ถ้ารู้ก็ต้องจับกุมหรือนำตัวผู้ต้องหาส่งศาล ถ้ารู้แล้วไม่ดำเนินการจับกุมส่งศาล ก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ถ้าไม่รู้ ก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่าเพราะอะไร มีความบกพร่องผิดพลาดในขั้นตอนใด มีเจตนาทุจริตหรือไม่ หากเป็นความบกพร่อง ต้องพิจารณาว่าส่งผลเสียหายต่อราชการอย่างร้ายแรงหรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น พันตำรวจเอก วิรุตม์ ยังตั้งคำถามว่า ขณะนี้เมื่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทราบแล้วว่ายังมีหมายจับจากศาลค้างอยู่ ต้องดูว่าผู้รับผิดชอบได้ดำเนินการอย่างไร และควรตรวจสอบย้อนกลับไปด้วยว่า ระหว่างที่หลบหนีหมายจับ ไปพักอาศัยอยู่ที่ใด กับใคร เพราะคนเหล่านั้นก็ต้องมีความผิดด้วย ฐานให้ที่พักพิง