เนชั่นทีวี

ข่าว

"สนธิรัตน์" วอนเห็นใจลาออกยังไม่ชัด เหตุต้องทำหน้าที่รมว.เจรจาตลาดการค้าโลก

08 ธ.ค. 2561 | te

"สนธิรัตน์"  วอนเห็นใจลาออกยังไม่ชัด เหตุต้องทำหน้าที่รมว.เจรจาตลาดการค้าโลก

"สนธิรัตน์" วอนเห็นใจ ลาออกยังไม่ชัด เหตุต้องทำหน้าที่รมว.เจรจาตลาดการค้าโลก หวั่น 5 เดือนเกิดสูญญากาศ ชงกก.บห.ทำโพรมารีโหวตชื่อเป็นนายกฯในบัญชีพรรค อ้าง พปชร.เป็นพรรคของปชช.ต้องฟังเสียงปชช.ก่อนนิยมใคร มั่นใจได้ชื่อทันเดตไลน์แน่

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2561 เวลา 11.00 น.ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการร่วมพูดคุยกับแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นเรื่องที่ดี และเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ก็จะเดินตาม Road Map ของการเลือกตั้งและเตรียมทำงานรองรับไว้ โดยในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ พรรคพลังประชารัฐ


จะมีการประชุมใหญ่และมีการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคเพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป


นายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ เตรียมระดมทุนนั้น ขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคประสานงาน ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากว่าคำสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพรรคก็ต้องมีการระดมทุนในการดำเนินการ ทั้งนี้เราไม่ได้มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนคำสั่งใดๆทั้งสิ้นแต่การระดมทุนเพื่อใช้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในอนาคต


เมื่อถามว่า มีแนวโน้ม คสช.จะเริ่มให้พรรคการเมืองหาเสียงวันที่ 2 ม.ค.2562 จะเพียงพอหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเพียงพอเนื่องจากปกติการหาเสียงจะใช้เวลา 45 วันแต่หากเริ่มหาเสียงเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 ก็เท่ากับว่าจะมีเวลาหาเสียงเกิน 45 วันหรือเกือบ 2 เดือน


เมื่อถามว่าถึง ความชัดเจน 4 รัฐมนตรีจะลาออก


นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ถ้าหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้ระบุชัดเจนแล้วว่า จะลาออกก็ต่อเมื่องานเสร็จ ทั้งนี้อยากให้ดูพฤตินัยของพวกเราและอยากให้ดูผลงานในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีด้วย ให้ดูว่าการทำงานเราได้ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือไม่ ขอให้ดูที่ปัจจุบัน อย่างไรก็ตามอย่ามากังวลใจกับตำแหน่งของพวกตนให้มากนัก ส่วนที่มี เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะใช้การประชุมครม.สัญจรระหว่างวันที่ 11และ 12 ธันวาคมนี้ลงพื้นที่หาเสียงนั้น ถือเป็นเสียงวิพากย์วิจารณ์ทางการเมือง จะทำอะไรก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนี้อยากให้ดูเนื้อหา เนื่องจากสิ่งที่เป็นประเด็นทางการเมืองก็มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน เช่น ครม.สัญจร ให้ลงพื้นที่ไปดูแลประชาชนและทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น หากมองว่าเป็นการหาเสียง ซึ่งก็ไม่ใช่ก็ ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยขอให้ดูที่ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ


เมื่อถามว่า ความชัดเจนของ 4 รัฐมนตรี จะการลาออกก่อนวันที่ 2 มกราคม 2562 หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลทุกอย่างมีเหตุมีผล เนื่องจากเวลาตนจะตัดสินใจอะไร ต้องคิดให้รอบคอบถ้า หากมองแต่การเมือง การเมืองก็จะให้ตนออก แต่สิ่งที่ตนมองคือจะใช้เวลาต่อจากนี้ทำงานให้เกิดประโยชน์อย่างไร

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในห้วงนี้ตนใช้เวลาการทำงานส่วนใหญ่ในต่างประเทศแทบทุกอาทิตย์ เนื่องจากขณะนี้ทุกคนทราบดีว่าปัญหาเศรษฐกิจระหว่างประเทศต้องได้รับการทุ่มเทในการแก้ปัญหาการแข่งขันทางการค้าโลก และที่สำคัญเวลาเจรจากับต่างประเทศ ไม่ว่าประเทศใดเขาจะพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างย่ิงหากเปรียบเทียบกับเวียดนาม หลายประเทศต้องการค้าขายกับเวียดนามมากกว่าไทย เนื่องจากเวียดนามไม่มีเรื่องของภาษีทางการค้า ดังนั้น ตราบใดที่ตนยังอยู่ในตำแหน่งสามารถเจรจาได้ตลอด เพราะไม่เช่นนั้นถ้าตนไม่อยู่เกิดสูญญากาศอีก 5 เดือนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้คือความลำบากใจของตน ดังนั้นตนถึงพูดอยู่เสมอว่า การตัดสินใจใดๆ ต้องมองหลายปัจจัยอย่ามองที่การเมืองเพียงอย่างเดียว เพราะถ้ามองแบบการเมืองเขาก็ต้องให้ตนออก แต่อีกทางหนึ่งก็ต้องมองด้วยว่า เวลานี้เราอยู่ตรงนี้เป็นประโยชน์หรือไม่


"ผมอยากให้เข้าใจที่พูดอย่างนี้ ถ้าเราออกนั้นมันง่าย แต่ส่ิงที่เราต้องทำนั้นมันมาก บางคนอาจถามว่าแล้วคนอื่นทำไม่ได้เหรอ ก็นี้มันปลายรัฐบาลแล้วจะไปทำอะไร จะให้ปรับครม.อย่างนั้นเหรอ ปรับคนใหม่แล้วจะมีเวลาหรืออย่างไร อันนี้ยกตัวอย่างเพราะเป็นเหตุผลทางการเมือง มาถามผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะตั้งแต่ตั้งพรรคพลังประชารัฐมา ผมมีการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ลำบากมาก พอ 4 โมงครึ่งเย็นก็ต้องเปลี่ยนรถ เวลา 08.30-16.30 น.ก็ทำการเมืองไม่ได้เลย เมื่อวันที่พรรคประชุมภาคกลาง มาเชิญไปตอนเที่ยง ผมก็บอกว่าผมไปไม่ได้ เพราะเรามองว่าจะต้องทำงานในฐานะรัฐมนตรีให้เกิดประโยชน์ และต้องขับเคลื่อนงานรัฐบาลหลายเรื่อง เช่น เศรษฐกิจฐากราก ซึ่งมาบอกว่าอันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดี แล้วยังมาไล่ผมอยู่แบบนี้เหรอ"นายสนธิรัตน์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าปัจจัยทำงานให้รัฐบาล ทำให้ต้องคิดมากจะต้องลาออกได้เมื่อไหร่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า อย่างที่ตนพูดหลายครั้งแล้วว่า ขอดูประโยชน์การทำงานเป็นตัวตั้งด้วยและดูเงื่อนไขทางการเมือง และตนพูดเสมอว่าทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกัน เมื่อถามว่า ทั้ง 4 รัฐมนตรีได้พูดคุยกันหรือไม่จะออกพร้อมกันเมื่อไหร่ นายสนธิรัตน์ ตอบว่า ต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมจะเป็นเมื่อไหร่นั้น ไม่ตอบแล้ว เพราะพูดอยู่ทุกวัน


ผู้สื่อข่าวถามถึงผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า "ผมได้เสนอต่อที่คณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว เสนอให้ทำไพรมารีโหวต กับรายชื่อที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯโดยให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศ แสดงความคิดเห็น เพราะคนที่จะได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกพรรค ซึ่งทางกรรมการบริหารเองก็เห็นด้วย หรือถ้าทำได้ดีกว่านั้นก็อยากให้รับฟังเสียงประชาชนจากทั่วประเทศด้วยซ้ำ ว่าถ้าพรรคพลังประชารัฐมีผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯตามรายชื่อดังนี้ ประชาชนจะคิดว่าใครเหมาะสมสุด เพราะพรรคนี้เป็นของประชาชนต้องฟังเสียงประชาชน ส่วนจะเสนอกี่ชื่อขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค เมื่อได้รายชื่อผู้ที่เหมาะสมแล้ว ถึงจะไปทาบทาม


เมื่อถามว่า เคยเปรยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ว่าพรรคพลังประชารัฐ จะขอทาบทาม นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไม่เคยเปรยและไม่รู้ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะเอากับเราด้วยหรือไม่ และจะเป็นนายกฯอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่ได้บอก และตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าประชาชนจะนิยมคนไหน ขอทำตามขั้นตอนของพรรคก่อน ถ้าทำไพรมารีโหวตเสร็จแล้ว ได้รายชื่อออกมา 3 อันดับ ต้องเรียงไปว่าถ้าอันดับ 1 ไม่เอาก็ต้องเป็นอันดับ 2 และอันดับ 2 ไม่เอาก็ต้องเป็นอันดับ 3 อันนี้คือหลักการทำงาน ไม่มีใครตอบได้ตอนนี้ว่าจะเอาใคร รับรองทันเดตไลน์แน่

ข่าวล่าสุด