โดยนายสุรัตน์พร้อมนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรณีพนักงานสอบสวน สน.คันนายาวตั้งข้อหาโดยมิชอบกับนายสุรัตน์ หลังถูกทนายความชื่อดัง แจ้งความเอาผิดฐานหลอกตุ๋นรับเงินบริจาค เพื่อซื้อควายเจ้าทองคำ"เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ทนายความของสุรัตน์บอกว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว แจ้ง 4 ข้อหา ซึ่งมองว่าเป็นการแจ้งข้อหาโดยมิชอบ เริ่มจากข้อหาแรก ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร มาตรา 8 ซึ่งความผิดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรี่ยไรเงินในที่สาธารณะ หรือผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือเครื่องเปล่งเสียง แต่เป็นการโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก จึงไม่เข้าข้อกฎหมายดังกล่าว ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์///นายสุรัตน์ไม่ได้เป็นคนโพสต์คลิป"ไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ" ดังนั้น ต้องไปดำเนินคดีกับผู้โพสต์คลิป ไม่ใช่นายสุรัตน์ ส่วนข้อหาฉ้อโกงประชาชนนายสุรัตน์ขาดเจตนา และเมื่อไม่เข้าข่ายความผิด 3 ข้อข้างต้น จึงไม่เป็นความผิดมูลฐานฟอกเงินเช่นเดียวกัน
คดีนี้พนักงานสอบสวนใช้เวลาแสวงหาข้อเท็จจริงเพียง 3 วัน ไม่รับฟังข้อมูลจากนายสุรัตน์ และไม่น่าเชื่อว่าจะมีพยานหลักฐานที่แสดงว่านายสุรัตน์กระทำผิดจริง ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงขอให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถอนข้อหาทั้ง 4 ข้อหา และเปลี่ยนพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยกับพนักงานสอบสวนชุดดังกล่าว