เนชั่นทีวี

ข่าว

โลมาลายแถบเกยตื้นหาดในยาง ยังวิกฤติ

04 ธ.ค. 2561 | Ekkapon

โลมาลายแถบเกยตื้นหาดในยาง ยังวิกฤติ

สัตวแพทย์เผยอาการโลมาลายแถบเกยตื้นหาดในยาง ภูเก็ต ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ ต้องช่วยพยุงตัวในน้ำ 24 ชม.พร้อมใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ช่วยรักษา ยังไม่ระบุชัดสาเหตุการเจ็บป่วยเกิดจากอะไร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้นำโลมาลายแถบ ซึ่งได้รับบาดเจ็บและขึ้นมาเกยตื้นบริเวณชายหาดในยาง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มาทำการดูแลรักษา ที่บ่ออนุบาล กลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ



โลมาลายแถบเกยตื้นหาดในยาง ยังวิกฤติ





จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นโลมาลายแถบ เพศเมีย ขนาดความยาวประมาณ 1.5 เมตร น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม มีบาดแผลบริเวณครีบหลังและปากที่เกิดจากมาเกยตื้นและติดอยู่ในซอกหิน เนื่องจาก พยายามที่จะดิ้นจนเกิดบาดแผล ซึ่งภายหลังรับตัวมาไว้ยังบ่ออนุบาลของกลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ฯ ต้องช่วยพยุงตัว พร้อมทั้งใช้ชูชีพช่วยพยุงตัวในน้ำ เนื่องจากโลมาดังกล่าวไม่สามารถทรงตัวได้เอง และจะเอาหัวมุดน้ำตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้สำลักน้ำได้ นอกจากนี้ยังได้ให้ยาคลายเครียด สารน้ำ และเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสาเหตุการเจ็บป่วย ก่อนที่จะทำการรักษาตามอาการ


จากการเดินทางไปติดตามอาการของโลมาลายแถบดังกล่าว เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ที่บ่ออนุบาลของกลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ พบว่า ทางเจ้าหน้าที่ฯ พร้อมอาสาสมัครยังคงช่วยกันพยุงตัวโลมาตัวดังกล่าวให้ว่ายน้ำในบ่ออนุบาลตลอดเวลา เนื่องจากยังไม่สามารถทรงตัวได้ และจะเอาหัวมุดน้ำอยู่ตลอดเวลา อันเนื่องมาจากอาการป่วย เบื้องตันคาดว่าจะเกิดอาการติดเชื้อ โดยเจ้าหน้าที่ฯ ยังคงให้การรักษาตามอาการ และดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง


โลมาลายแถบเกยตื้นหาดในยาง ยังวิกฤติ





จากการพูดคุยกับ น.ส.พัชราภรณ์ แก้วโม่ง สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ ผู้ให้การรักษากล่าวถึงอาการของโลมาลายแถบตัวดังกล่าวว่า ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากมีอาการติดเชื้อและมีบาดแผลที่บริเวณครีบ ทำให้ร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ และทำให้ไม่สามารถว่ายน้ำได้เอง ต้องมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันพยุงตัวโลมาอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้จมละสำลักน้ำ ขณะเดียวกันได้มีการให้ยาฆ่าเชื้อและใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามาช่วยในการรักษาบาดแผลอักเสบตรงบริเวณครีบและลดอาการปวดกล้ามเนื้อของโลมา ซึ่งผ่านมาแล้ว 5 วัน แต่อาการก็ยังไม่พ้นวิกฤติ โดยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคนได้พยายามช่วยกันอย่างเต็มความสามารถในการช่วยชีวิตโลมาให้หายจากอาการเจ็บป่วย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตในทะเลได้


อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับสัตว์ทะเลที่มาเกยตื้นบริเวณชายหาดส่วนใหญ่จะเกิดจากอาการเจ็บป่วย เนื่องจากมีอาการเจ็บป่วย ติดเชื้อภายในหรือได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลตามร่างกาย ทำให้ไม่สามารถที่จะว่ายน้ำได้ โดยมีข้อมูลทางวิชาการระบุด้วยว่า จากการผ่าพิสูจน์ซากสัตว์ทะเลที่มาเกยตื้นและตายในเวลาต่อมา หรือเกยตื้นตายจำนวนไม่น้อยเป็นผลมาจากอาการเก็บป่วยเนื่องจากการกินขยะทะเลที่มีการพัดพาไปจากบนฝั่งหรือขยะจากกิจกรรมในทะเล ไม่ว่าจะเป็นโลมาหรือเต่าทะเล และอื่นๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันป้องกันไม่มีขยะพัดลงทะเล เพื่อช่วยกันรักษาชีวิตของสัตว์ทะเลไว้



โลมาลายแถบเกยตื้นหาดในยาง ยังวิกฤติ

โลมาลายแถบเกยตื้นหาดในยาง ยังวิกฤติ

ข่าวล่าสุด