เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) เลือกซ่อม ก.ต.ศาลฎีกา บทพิสูจน์อิสระ-ถ่วงดุล

19 พ.ย. 2561 | jirasin_yin

(คลิปข่าว) เลือกซ่อม ก.ต.ศาลฎีกา บทพิสูจน์อิสระ-ถ่วงดุล

นับจากวันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน เป็นห้วงเวลาลุ้นระทึกว่าจะเกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้นในศาลยุติธรรมขึ้นหรือไม่ เพราะกำลังจะมีการเลือกตั้งซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ "ก.ต.ชั้นศาลฎีกา" ทดแทน นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

เรื่องวุ่นๆ นี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ผู้พิพากษาทุกชั้นศาลทั่วประเทศไม่ได้สร้างประวัติศาสตร์ ลงมติถอดถอน ก.ต.ชั้นศาลฎีกาออกจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 3,165 เสียง จากผู้ลงคะแนน 3,548 คนของผู้พิพากษาไทยทั่วทั้งประเทศ 4,635 คน คะแนนที่ลงมติถอดถอนคิดเป็นร้อยละ 89.2 ของผู้พิพากษาที่ลงคะแนนทั้งหมด และคิดเป็นร้อยละ 68.2 ของผู้พิพากษาทั่วทั้งประเทศปัญหามาเกิดเมื่อกระบวนการ "เลือกซ่อม" เริ่มขึ้น เพราะตามระเบียบแล้ว ผู้พิพากษาในแต่ละชั้นศาลจะลงคะแนนเลือก ก.ต.ในชั้นศาลของตนเอง ไม่มีการลงคะแนนข้ามชั้นศาล เมื่อครั้งนี้เป็นการเลือกซ่อม ก.ต.ชั้นศาลฎีกา ก็จะมีเฉพาะผู้พิพากษาศาลฎีกาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ลงคะแนน ที่สำคัญผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด 217 คน ทุกคนมีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. โดยไม่มีการลงสมัคร ไม่จำเป็นต้องเปิดตัวหาเสียง แต่ผู้ที่ไม่ประสงค์ได้รับการคัดเลือกเป็น ก.ต. ก็สามารถแจ้งความประสงค์ไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมได้
จุดพีคก็คือ มีผู้พิพากษาศาลฎีกาแจ้งคาวมประสงค์ไม่รับการคัดเลือกเป็น ก.ต. ราว 61 คน แต่ในจำนวนนี้ไม่รวม นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ซึ่งหมายความว่า ผู้พิพากษาศาลฎีกายังมีสิทธิ์เลือกเขา และหากเขาได้รับคะแนนสูงสุดก็จะได้กลับมาเป็น ก.ต.อีกรอบ ทั้งๆ ที่เพิ่งถูกถอดถอนไปไม่ถึง 1 เดือนงานนี้ สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ที่เป็นผู้นำการยื่นถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.เมื่อเดือนที่ผ่านมา จึงได้ยื่นหนังสือไปยังเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม สราวุธ เบญจกุล เพื่อขอให้ลบชื่อนายชำนาญ ออกจากบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา โดยอ้างว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถูกผู้พิพากษาเสียงข้างมากลงมติถอดถอนไปแล้วแต่ต่อมา คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งซ่อม ก.ต. ได้ประชุมกันและมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่ลบชื่อนายชำนาญ ออกจากผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. โดยเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม สราวุธ เบญจกุล ออกมาชี้แจงเหตุผลว่า นายชำนาญยังเป็นผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกา จึงเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเหมือนผู้พิพากษาศาลฎีกาคนอื่นๆ ส่วนกรณีที่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ก.ต.ครั้งก่อนนั้น ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจในการลบชื่อออก และไม่มีกฎหมายใดบัญญัติว่าผู้ที่ถูกถอดถอนไปแล้วไม่สามารถเข้ารับการคัดเลือกเป็น ก.ต.ได้อีกต่อไป ฉะนั้น นายชำนาญ จึงเป็นผู้มีสิทธิ์รับคัดเลือกเป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกามติเอกฉันท์ของคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งซ่อม ก.ต. ทำให้บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้จะบานปลายกลายเป็นวิกฤติรอบใหม่ในวงการตุลาการหรือไม่ โดยเฉพาะหาก นายชำนาญ ได้รับคัดเลือกเป็น ก.ต.อีกรอบจากการลงคะแนนของผู้พิพากษาศาลฎีกา เพราะผลของมันย่อมเท่ากับเป็นการลบล้างมติถอดถอน ก.ต.ที่ผู้พิพากษาทุกชั้นศาลทั่วประเทศ 3,165 คน ลงคะแนนเอาไว้หนำซ้ำยังเป็นการลบล้างด้วยคะแนนของผู้พิพากษาเฉพาะชั้นศาลฎีกาหลักสิบหรือหลักร้อยด้วย เนื่องจากจำนวนผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมดมีเพียง 217 คนโอกาสแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากการลงมติถอดถอน เป็นการโหวตรวมของผู้พิพากษาทุกชั้นศาล จึงไม่มีใครรู้ว่าคะแนนถอดถอน 3,165 คะแนน แท้ที่จริงแล้วมาจากผู้พิพากษาศาลฎีกากี่เสียง กี่คน ขณะที่หลายเสียงหลังบัลลังก์ศาลก็ยืนยันว่า หากผู้ถูกถอดถอนได้รับเลือกกลับมาเป็น ก.ต.อีกครั้ง ก็ต้องถือว่ามติถอดถอนเป็นการสิ้นไป เนื่องจากเป็นการถอดถอนจากการดำรงตำแหน่ง ก.ต.คนละครั้งกันแล้วการเลือกซ่อม ก.ต.ชั้นศาลฎีกาที่จะรู้ผลกันในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความเป็นอิสระและการตรวจสอบถ่วงดุลกันเอง...ในศาลยุติธรรม

ข่าวล่าสุด