นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังได้ประกาศผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 16พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนผู้ที่ผ่านคุณสมบัติทั้งสิ้น3,080,374 ราย
ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้เตรียมผลิตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับผู้มีสิทธิที่ผ่านคุณสมบัติไว้แล้วโดยจะเริ่มทำบัตรให้กับผู้มีสิทธิที่มีข้อมูลพร้อมก่อนเป็นกลุ่มแรก ซึ่งมีจำนวน3,042,741 ราย สำหรับผู้มีสิทธิที่ข้อมูลยังไม่พร้อมทำบัตรอีกจำนวน37,633 ราย แบ่งเป็น ผู้มีสิทธิที่ต้องรอตรวจสอบสถานะเพิ่มเติม จำนวน 745 รายผู้มีสิทธิที่มีชื่อ-สกุลตรงแต่ไม่มีรูปในบัตรประชาชน จำนวน 22,961 รายและผู้มีสิทธิที่มีชื่อ-สกุลไม่ตรง จำนวน 13,927 ราย จะดำเนินการผลิตทันทีที่ได้แก้ไขข้อมูลครบถ้วนแล้ว
การผลิตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้จะทยอยผลิตและทยอยแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับผู้มีสิทธิจนครบทุกคน เนื่องจากชิปการ์ดซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการผลิตจำเป็นต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ จึงทำให้ไม่สามารถผลิตบัตรให้แล้วเสร็จพร้อมกันทั้งหมดได้ในกระบวนการผลิตจะเริ่มผลิตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแบบ EMV ก่อน เพื่อแจกให้กับผู้มีสิทธิที่อยู่ใน 70 จังหวัดจากนั้นจึงผลิตบัตรแบบ EMV Contactless (บัตรแมงมุม)เพื่อแจกให้กับผู้มีสิทธิที่อยู่ในเขต กทม. และปริมณฑลต่อไปเมื่อผลิตบัตรที่ผ่านคุณสมบัติเสร็จแล้วกรมบัญชีกลางจะกระจายบัตรไปยังสำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อส่งต่อให้กับหน่วยงานที่จะนำไปแจกให้แก่ผู้มีสิทธิต่อไป ทั้งนี้จะเริ่มแจกบัตรรอบแรกประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 2561และจะทยอยแจกบัตรต่อไปให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมกราคม 2562
ในส่วนของการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่ได้รับบัตรในเดือนมกราคม2562 กรมบัญชีกลางจะยกยอดวงเงินสวัสดิการทุกประเภทให้ไปใช้ต่อได้อีก 1 เดือนเพื่อให้ผู้มีสิทธิมีเวลาใช้บัตรซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าประชารัฐและสวัสดิการอื่น ๆและสามารถใช้วงเงินในบัตรได้อย่างเต็มที่สำหรับผู้มีสิทธิที่ได้รับบัตรในรอบที่แล้วและแจ้งว่าได้ทำบัตรหายหรือแจ้งกรณีบัตรชำรุดไว้เป็นที่เรียบร้อยกรมบัญชีกลางจะผลิตบัตรทดแทนให้กับผู้มีสิทธิกลุ่มนี้ในครั้งนี้ด้วยซึ่งต้องไปติดต่อขอรับบัตรจากธนาคารกรุงไทยที่ท่านได้แจ้งหายหรือชำรุดไว้ส่วนสิทธิภายในบัตรจะชดเชยให้ตั้งแต่เดือนแรกจนถึงเดือนสุดท้ายที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้
อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวในตอนท้ายว่า การผลิตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ เป็นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ซึ่งบัตรดังกล่าวสามารถรองรับการใช้งานกับระบบขนส่ง (แมงมุม)ที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตได้ โดยมุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นในการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในระยะยาวนอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเรื่องสังคมไร้เงินสด เพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์4.0