ฝ่ายหนุนและฝ่ายค้านการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็ล้วนมีเหตุผลของฝั่งตัวเอง ล่าความจริงรวบรวมมาให้คุณผู้ชมได้ช่วยกันพิจารณาชัดๆ เริ่มจาก ฝ่ายคัดค้าน คือ ไม่อยากให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินก่อน เหตุผลก็คือ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมาจากภาคเอกชน ไม่พร้อมยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะต้องไม่ลืมว่าคนเหล่านี้มาจากภาคเอกชน ไม่ได้เตรียมความพร้อมมาสำหรับการยื่นบัญชี บางคนมีรายรับหลายทาง มีหุ้น มีทรัพย์สินมาก หากต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็จะกลายเป็นภาระ หรือต้องจ้างคนมาจัดทำเพิ่ม ซ้ำยังเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ หากยื่นไม่ครบ จากเหตุผลเหล่านี้จึงมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ (จากภาคเอกชน) เตรียมลาออกจำนวนมาก ซึ่งหากแห่ลาออกกันจริง ก็จะกระทบกับมหาวิทยาลัย เพราะจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในเรื่องต่างๆ เหมือนเดิม
ส่วนฝ่ายสนับสนุนให้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีเหตุผลว่า สภามหาวิทยาลัยมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร จึงต้องโปร่งใส และถูกตรวจสอบได้ กรรมการสภามหาวิทยาลัยอาสาเข้ามาทำหน้าที่ เหมือน ส.ส. ส.ว. จึงต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน สภามหาวิทยาลัยมีโอกาสเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายบริหาร จึงควรมีช่องทางให้บุคคลภายนอกตรวจสอบ ที่สำคัญ ผู้บริหาร กับกรรมการสภามหาวิทยาลัยสายเอกชน มักมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนกันอยู่แล้ว เช่น บริจาคเงินหรือสนับสนุนกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ก็จะมีการมอบตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยสายผู้ทรงคุณวุฒิให้ เมื่อได้เป็นกรรมการ ก็จะโอบอุ้มเอื้อประโยชน์ผู้บริหารมหาวิทยาลัยอีกที ข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้จึงควรมีการตรวจสอบ และหากใครไม่พร้อมถูกตรวจสอบก็ควรลาออกไป เพราะยังมีบุคคลอื่นพร้อมทำงาน