ขณะเดียวกันก็เปิด "พรรคตระกูลเพื่อ" ขึ้นมารองรับ ทั้งเพื่อธรรม เพื่อชาติ รวมทั้งล่าสุดคือ "พรรคไทยรักษาชาติ" ที่หวังจะใช้ชื่อย่อ "ทษช." ให้เชื่อมโยงไปถึง "คนแดนไกล"ยังไม่นับพรรคที่มีเป้าหมายกวาดคะแนนเฉพาะกลุ่ม อย่าง "พรรคอนาคตใหม่" ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มไม่เอากรอบจารีตเดิมๆ ไม่เอา พ.ร.บ.ไซเบอร์ ไม่เอามาตรา 112 ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยมีพรรคให้เลือก แต่วันนี้มีแล้ว รวมไปถึง "พรรคประชาชาติ" ที่ให้น้ำหนักกับกลุ่มมุสลิมและคนชายขอบ ซึ่งมีคะแนนเป็นกลุ่มก้อนใหญ่อยู่เหมือนกันแม้การเลือกตั้งระบบเขตจะแข่งกันดุเดือด จนไม่อาจเบียดแทรกขั้วการเมืองหลักอย่าง ขั้ว คสช. ขั้วเพื่อไทย และขั้วประชาธิปัตย์ได้ แต่คะแนนคนแพ้ที่เรียกว่า "คะแนนตกน้ำ" ยังถูกหยิบไปคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ สามารถเติมคะแนนให้ฝั่งเพื่อไทยและเครือข่ายทักษิณได้อีก
หลายคนที่เฝ้าติดตามจังหวะก้าวทางการเมืองของ "พรรคตระกูลเพื่อ" จึงมั่นใจว่า "ขั้วไม่เอาทหาร" น่าจะเป็นฝ่ายชนะ และอาจแลนด์สไลด์เกิน 300 เสียงด้วยซ้ำ ตามที่ "คนแดนไกล" เพิ่งให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่นเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้แต่การประเมินแบบนี้อาจจะประมาท คสช.เกินไปหน่อย เพราะคณะแม่ทัพนายกองชุดนี้ก็ต้องถือว่าไม่่ใช่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นจะครองอำนาจมายาวนานกว่ารัฐบาลเลือกตั้งได้หรือ