เนชั่นทีวี

ข่าว

คุก 2 ปี อดีตผู้การบึงกาฬ สั่งย้ายลูกน้องมิชอบ

31 ต.ค. 2561 | sippa035

คุก 2 ปี อดีตผู้การบึงกาฬ สั่งย้ายลูกน้องมิชอบ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาจำคุก พล.ต.ต.สุภลักษณ์ วรรณฤกษ์งาม อดีตผบก.ภ.จว.บึงกาฬ กรณีสั่งย้ายลูกน้องมิชอบ ศาลให้ประกัน 3 แสนบาทห้ามออกนอกประเทศ

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี วันนี้ (31 ต.ค.) ศาลอ่านคำพิพากษาคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบหมายเลขดำ อท.180/2560 โดย พ.ต.อ.พิรพล อัจกลับ อายุ 57 ปี ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.ต.สุภลักษณ์ วรรณฤกษ์งาม อายุ 61 ปี อดีต ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ เป็นจำเลยในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย มาตรา 137 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานทำให้เสียหายซึ่งเอกสารใดที่เป็นหน้าที่ของตนที่จะรักษาไว้ฯ มาตรา 158 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่ มาตรา 161 และผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารที่เกิดจากการปลอม ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นฯ มาตรา 268



ตามฟ้องโจทก์ สรุปความว่า จำเลยออกคำสั่งตำรวจภูธรที่ 384/2558 ให้โจทก์ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง ผกก.อก.ภ.จว.บึงกาฬ โดยให้รับผิดชอบงานฝ่ายอำนวยการ และให้ขาดจากตำแหน่งกับสังกัดเดิม โดยไม่มีกำหนดเวลา แล้วให้ผกก.อก.ภ.จว.บึงกาฬ มาปฏิบัติหน้าที่ ผกก.สส. แทนโจทก์ แต่ตามระเบียบการให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ พ.ศ.2552 กำหนดให้ตำรวจที่จะต้องถูกคำสั่งนั้น ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงาน และต้องดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายครบ 2 ปี กับผู้ที่ออกคำสั่งสามารถให้ตำรวจผู้นั้นไปปฏิบัติราชการตามความเหมาะสมได้คราวละไม่เกิน 1 ปี


จำเลยทราบระเบียบดังกล่าวดีอยู่แล้ว และโจทก์ดำรงตำแหน่ง ผกก.สส. ยังไม่ครบ 2 ปี แต่จำเลยกลับอาศัยอำนาจความเป็นผู้บังคับบัญชาออกคำสั่งดังกล่าวเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย 


นอกจากนี้ จำเลยยังออกคำสั่งที่ 396/2558 ให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กับนายตำรวจยศ ร.ต.ท.นายหนึ่ง ตำแหน่งรอง สว.กก.สส. ภ.จว.บึงกาฬ โดยอ้างว่ามีแหล่งข่าวรายงาน ว่ารับเงินจากผู้ค้าไม้พะยูง ซึ่งมีการอ้างเอกสารที่มีผู้ทำปลอมขึ้น แล้วจำเลยกลับส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้กับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หลังจากนั้นจำเลยก็ออกคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬที่ 397/2558 อีก ให้โจทก์ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภ.จว.บึงกาฬ (ศปก.ภ.จว.) อ้างว่าได้รับหนังสือรายงานพฤติกรรมข้าราชการตำรวจสังกัด กก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ มีส่วนเกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์จากการค้าไม้พะยูง และระหว่างวันที่ 30 มิ.ย. 16 ก.ค. 2558 จำเลยยังได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จด้วยการมีหนังสือถึง ผบช.ภ.4 ว่าจำเลยได้สั่งย้ายโจทก์ไปประจำศปก.ภ.จว.บึงกาฬ เนื่องจากมีข้อร้องเรียนว่าตำรวจในสังกัดเกี่ยวข้องเรียกร้องผลประโยชน์จากการค้าไม้พะยูง ทำให้ ผบช.ภ.4 เข้าใจว่าโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ ทั้งที่จำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า โจทก์กับร.ต.ท.คนดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องผลประโยชน์ และเมื่อวันที่ 8 24 ก.พ. 2559 จำเลยยังจัดทำเอกสารบันทึกข้อความใหม่ที่ใช้เป็นเอกสารในคดีที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยไว้กับศาลจังหวัดขอนแก่นด้วย 



ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริง ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พิพากษาให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่มีเหตุรอการลงโทษ ส่วนข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก




ต่อมาพล.ต.ต.สุภลักษณ์ จำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ศาลฯ พิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยประกันตัวไป  โดยตีราคาประกัน 300,000 บาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ข่าวล่าสุด