พ.ต.อ.ยรรยง กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 23.58 น. ของวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ชนนายอิทธิพล วงษา อายุ 60 ปี จนเสียชีวิตแล้วหลบหนี เหตุเกิดหน้าประตู 3 ตลาดยิ่งเจริญ ถนนพหลโยธินขาออก แขวงอนุสาวรีย์เขตบางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นคดีที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นเรื่องสะเทือนใจขับชนแล้วหนี และค่อนข้างไร้มนุษยธรรม จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ร่วมกันนำกำลังเข้าติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้งเรื่องของการเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และการปลอมแปลงเอกสารเรื่องทะเบียนรถ
พ.ต.อ.ยรรยง กล่าวต่อว่า รถแท็กซี่คันเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้จากบ้านพักของผู้ต้องหา และจากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถพบว่า เป็นรถแท็กซี่ที่มีหมายเลขทะเบียนเดียวกันอยู่ 2 คัน ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งรถคันเกิดเหตุเป็นรถที่สวมทะเบียนมาโดยซื้อต่อมาอีกทอดหนึ่ง และครอบครองมาได้ประมาณ 6 เดือน ซึ่งแท้จริงรถคันดังกล่าวได้หมดอายุการใช้งานรับจ้างสาธารณะลงแล้ว โดยสีเดิมคือชมพู จากนั้นได้ลักลอบเปลี่ยนจากรถสหกรณ์ มาเป็นแท็กซี่สีเขียว-เหลือง จนกระทั่งมาเกิดเรื่องและในวันรุ่งขึ้นทางผู้ต้องหาได้นำรถเข้าอู่ทันทีโดยซ่อมกระจกในราคา 2,800 บาท และกันชนหน้า 300 บาท ก่อนนำไปขับตามปกติ จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว
ด้านน.ส.ณิชานันท์ กล่าวว่า รู้สึกโล่งแล้วที่คนร้ายได้รับโทษแล้ว แต่ก็ยังเสียใจที่เขายังไม่สำนึกอยู่ดี เขาบอกว่าไม่รู้ว่าชนอะไร พูดมาได้อย่างไร คนขับรถจะต้องรู้ ทางผู้ต้องหาได้ยกมือไหว้ขอโทษทางครอบครัว แต่เขาน่าจะขอโทษด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ทำเพราะว่าแค่ทำเฉยเฉย ถึงวันนี้แล้วเหตุการณ์เกิดมากี่อาทิตย์แล้ว เขายังไม่มีจิตสำนึกเลยว่าทำลงไปเพราะอะไร นี่คือสิ่งที่ตนเสียใจ ตนไม่เชื่อว่าเขาไม่รู้จริงๆ ว่าชนอะไร คนทั้งคน เขาเพียงยอมรับว่าเขาชนแต่เขาไม่ยอมรับว่าเขาชนอะไร ซึ่งทางผู้ต้องหาก็บอกว่าเขาไม่ทราบข่าวนี้จริงๆ เพราะที่บ้านไม่มีทีวี ไม่มีอะไรที่จะรับข่าวสารได้
น.ส.ณิชานันท์ กล่าวอีกว่า อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกันแบบมีน้ำใจให้กัน ตนก็ไม่ได้บอกว่า พ่อถูกทุกอย่าง พ่อตนก็ผิดที่ออกไปเดินยามวิกาลแบบนั้น แต่ตนอยากให้คนเราอยู่ร่วมกันด้วยความมีน้ำใจให้กัน เราเข้าใจอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกวัน แต่คุณชนคุณก็ควรลงไปช่วยเหลือเขาบ้าง อย่างน้อยจิตสำนึกของความเป็นคน คุณทำเขา คุณก็ช่วยเขาเถอะ เพราะหนีไปคุณก็ไม่รอดอยู่ดี ตอนนี้ตนตอบได้ว่ายังโกรธผู้ต้องหาอยู่ แต่สักวันคงจะให้อภัยได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ,ไม่หยุดช่วยเหลือหรือไม่แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงในทันที มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ประกอบพรบ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม มีโทษจำคุก 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป