ซาลูมา อายุเกือบ 40 ปีแล้ว ด้วยวัยที่สูงขึ้นทำให้เธอยิ่งอ่อนแอลง แต่แทนที่เธอจะได้พักผ่อนหรือใช้ชีวิตปกติเหมือนคนอื่นๆ แต่เธอกลับต้องรับภาระเลี้ยงหลานและเหลนมากถึง 7 คน ทั้งๆ ที่มีรายได้เพียงทางเดียว คือ เงินช่วยเหลือคนพิการเดือนละ 800 บาทเด็กๆ ในความดูแลของซาลูมา เล็กที่สุดอายุแค่ 6 เดือน โตที่สุดคือ 16 ปี มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนอยู่ในวัยเรียน กำลังกิน กำลังนอน ซาลูมาต้องดิ้นรนด้วยการรับจ้างฉีกปลาฉิ้งฉ้าง แลกกับเงินค่าจ้างในอัตรา 3 วัน 50 บาท เพื่อหาค่ากับข้าวให้หลานๆ ได้กินและไปโรงเรียน
ทุกวันนี้ ซาลูมา กับหลานๆ อีก 7 ชีวิต อยู่กันมาได้เพราะความอดทนล้วนๆ บางวันเพื่อนบ้านทนไม่ไหว ก็หยิบยื่นข้าวปลาอาหารมาให้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องช่วยตัวเอง เพราะทุกครอบครัวก็ลำบากไม่ต่างกัน วันไหนที่ไม่มีเงินเลย แต่ยังมีข้าวเหลือ เธอจะต้มข้าวต้มเปล่าๆ ให้เด็กๆ กินก่อนไปโรงเรียน แต่ถ้าไม่มีข้าว ก็ต้องอดด้วยกัน เธอทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าพยายามทำงาน หากท้อใจก็ร้องไห้ หยุดร้องก็สู้ต่อไป ซ้ำร้ายความพิการยังทำให้เธอตกสำรวจ ไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนคนจน จึงไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเหมือนคนอื่นๆหนุ่มน้อยวัย 14 ปีคนนี้ เป็นหลานคนหนึ่งของซาลูมา เขาเป็นเด็กเรียนดีและตั้งใจเรียน แต่ปัญหาคือไม่มีเงินไปโรงเรียน สิ่งที่อยากได้คือทุนการศึกษา เพื่อโอกาสที่จะได้เรียนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่ความฝันของหนูน้อยยังไม่มีแววเป็นความจริง
เรื่องราวชีวิตของซาลูมาเป็นที่เวทนาของผู้พบเห็น ทำให้ความลำบากของเธอและหลานๆ รู้ไปถึงหูของหน่วยงานภาครัฐ เมื่อเร็วๆ นี้จึงมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปัตตานี ไปเยี่ยมถึงบ้าน แต่ความช่วยเหลือก็ยังไม่มีอะไรมากกว่ากำลังใจ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นช่วงปลายปีงบประมาณ จึงไม่มีเงินให้ ต้องรอปีงบประมาณใหม่...ราวๆ สิ้นปีและนี่คืออีกหนึ่งเรื่องจริงของคุณภาพชีวิตคนพิการเมืองไทย...