ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ เกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงดำเนินมากว่า 50 ปี นับจากที่นาย Stephen Young บุตรชายอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้พบกลุ่มหม้อไหโบราณที่ทับถมกันอยู่ในพื้นที่ของตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี โดยบังเอิญ ซึ่งนำไปสู่การร่วมขุดสำรวจพื้นที่และศึกษาวิจัยระหว่างกรมศิลปากรกับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียของสหรัฐฯ ซึ่งให้ภาพแหล่งอารยธรรมในช่วงยุคหินใหม่ที่มีอายุประมาณ 5,000 ปีก่อนประวัติศาสตร์ ความสำคัญของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้รับการยอมรับจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงให้เป็นมรดกโลกแห่งที่ ๔ ของไทย เมื่อปี พ.ศ. 2535
ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ เกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงมีความคืบหน้าและประสบความสำเร็จด้วยดีโดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการดำเนินตามพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินยังพื้นที่ขุดสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2515 ซึ่งทรงย้ำถึงความสำคัญของการร่วมศึกษาวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ระหว่างหน่วยงานไทยกับต่างประเทศเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิชาการและเผยแพร่ข้อมูลไปพร้อม ๆ กับการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่และผู้มาเยี่ยมชม สายสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ที่ผูกโยงผ่านเรื่องราวของโบราณคดีบ้านเชียงจึงเป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนว่าภาคประชาชนสามารถเป็นได้ทั้งจุดเริ่มต้น ปัจจัยขับเคลื่อน และปลายทางของความร่วมมือที่เกิดประโยชน์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่จะร่วมสืบสานและอนุรักษ์มรดกโลกแห่งนี้ให้คงคุณค่าสืบไป