หลังจากที่ลักลอบแอบนำอาหารนกเข้ามาขายให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาเที่ยวบนข่วงประตูท่าแพ และนักท่องเที่ยวนิยมซื้ออาหารนกให้นกพิราบเพื่อหลอกให้นกมากินอาหารใกล้ๆตัวก่อนที่จะถ่ายภาพคู่กับนก ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้ปริมาณประชากรนกพิราบเพิ่มมากขึ้นแล้วยังเสี่ยงที่นกจะนำเชื้อโรคต่างๆมาสู่คนอีกด้วย
จากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้น ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ลักลอบจำหน่ายอาหารนกพิราบจริง โดยได้รับจ้างจากนายทุน ได้ว่าจ้างให้มาจำหน่ายวันละ 100 บาท และขายใหนักท่องเที่ยวถุงละ 30-50 บาทซึ่งหลังจากที่ได้มีการสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับเต็มอัตราโทษ คือ 2,000 บาท และแจ้งข้อหา"จำหน่ายสินค้าในที่และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 20 ประกอบกับมาตรา 54"
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าได้มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าลักลอบจำหน่ายอาหารนกพิราบบริเวณข่วงประตูท่าแพ แลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวกลางเมืองเชียงใหม่จนทำให้มีการเพิ่มจำนวนประชากรนกพิราบจำนวนนอยู่บริเวณดังกล่าว เกรงว่าจะส่งผลเสียต่อการระบาดของไวรัส ไข้หวัดนกต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เพราะไม่ทราบว่านกตัวใดติดเชื้อมาหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ก็พบกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่กระทำความผิด แอบลักลอบนำอาหารนกซึ่งเป็นเมล็ดข้าวโพดบดนำมาเร่ขายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวบริเวณดังกล่าว อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ประกาศห้ามขายอาหารนกบนข่วงประตูท่าแพอย่างเด็ดขาด แต่ก็มีพ่อค้าแม่ค้าลักลอบนำมาขายเพราะมีรายได้ดี จนวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวมาดำเนินคดีดังกล่าว