เมื่อไปถึง พบพระอธิการ สมรักษณ์ ติกขะปัญโญ อายุ 31 ปี เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ได้ชี้ให้ดูมณฑป ซึ่งประตูถูกเปิดออก ภายในพบตู้เซฟ รับบริจาคเงิน ที่เคยวางอยู่ข้างผนังมณฑป ได้ถูกคนร้ายขโมยหายไป ซึ่งเจ้าอาวาสได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลา 05.30 น. ขณะ นายจุฬาตรี ศิริทรัพย์ถาวร อายุ 56 ปี ลูกศิษย์วัดจะมาทำความสะอาดมณฑป เพื่อเตรียมสถานที่ให้พระทำวัตรสวดมนต์ เมื่อมาถึงพบประตูมณฑปถูกเปิดออก จึงได้รีบมาตามมาตามมามาดูก็พบว่าตู้เซฟนิรภัยถูกคนร้ายโจรกรรมหายไปเรียบร้อยแล้ว
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัดถูกบันทึกเอาไว้ได้ พบเป็นคนร้ายชาย 1 คน อายุประมาณ 40 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ซาเล้งพ่วงข้างไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน มาจอดไว้ข้างหน้าโบสถ์ จากนั้นคนร้ายได้เดินลงมาแล้วเข้าไปเปิดประตูมณฑป ที่ปิดไว้ไม่ได้ล็อคกุญแจ แล้วเข้าไปลากเข็นตู้เซฟนิรภัย น้ำหนัก 100 กิโลกรัม กว้าง 40 ซม. สูง 60 ซม. เข็นไปขึ้นรถซาเล้งแล้วขี่รถหลบหนีไป ซึ่งก่อนหน้านั้นวันที่ 29 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา มีคนร้ายรูปร่างลักษณะเดียวกันได้เคยเข้ามาจะทำการขโมยตู้เซฟแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นกล้องวงจรปิดก็สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้เช่นเดียวกัน โดยคนร้ายเปิดประตูเข้ามาแล้วยกมือไหว้ตู้เซฟ แต่จังหวะจะเอาตู้เซฟออกไปหันมาเห็นกล้องวงจรปิด เลยยกเลิกแล้วหลบหนีไป จนกระทั่งวันนี้พบมาก่อเหตุอีก ซึ่งคาดว่าจะเป็นคนร้ายรายเดิม
ด้าน พระอธิการสมรักษณ์ ติกขะปัญโญ อายุ 31 ปี เจ้าอาวาสวัดยางยี่แส่ ได้กล่าวอีกว่า นับว่าโชคดีที่วันก่อนเกิดเหตุได้ให้ลูกศิษย์วัดมาไขกุญแจตู้เซฟเพื่อนำเงินบริจาคไปเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีทรัพย์สินอยู่ในตู้เซฟที่คนร้ายได้ขโมยไป อีกทั้งยังวอนขอให้โจรรายดังกล่าวกลับตัวกลับใจและขอให้นำตู้เซฟมาคืนทางวัด และหากไม่นำมาคืนครั้งหน้าจะเพิ่มขนาดตู้เซฟบริจาคจาก 100 กิโลกรัม เป็น 200 กิโลกรัม เพื่อป้องกันการโจรกรรมอีกทางหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อู่ทอง ได้นำกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามหาเบาะแสเพื่อติดตามจับกุมนำตัวคนร้ายรายดังกล่าวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป