ตอนนี้ทางร้านพี่ น้อย ทินภัทร มิวสิคไลท์แอนซาวด์ กกกลาง ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ใครเค้าพบรบกวนช่วยแจ้งด้วยนะคะเพือจะได้ไม่เป็นภัยต่อสังคม เหตุเกิดต.บึงอ.ศรีราชาจ.ชลบุรี ขอให้ทุกท่านระวังภัยด้วย หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าของเฟสก็ทราบว่าสถานที่เกิดเหตุนั้นอยู่หมู่ 3 ตำบลบึง เป็นร้านขายข้าวสาร
เวลา12.00น.(2ก.ย.61)ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบก็พบกับนายมนต์ชัย กกกลาง บิดาของเด็กผู้เสียหายก็ได้เล่าเหตุการให้ฟังว่า เมื่อเวลา21.00น.วันที่1 กย.61ที่ผ่านมานายมนต์ชัย กกกลาง อายุ39ปี อยู่บ้านเลขที่129/1 หมู่10ต.บึงอ.ศรีราชา ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พงศกร ผันผ่อน สารวัตรเวรสภ.หนองขาม ว่าในขณะที่ตนเองกับภรรยาไม่ได้อยู่ที่ร้านขายข้าวสารได้ปล่อยให้บุตรชายอยู่เฝ้าร้านนั้นได้มีคนร้ายชายและหญิงซึ่งเป็นสามีภรรยากันนำบุตรมาด้วยแล้วขี่รถจยย.มาที่ร้านขายข้าวสารของตนเองที่ซอยศาลเจ้าพ่อเสือ หมู่3 ต.บึงอ.ศรีราชาแล้วหญิงสาวรูปร่างท้วมสูงประมาณ140ซม.ก็ปล่อยให้ผู้ชายอายุประมาณ 40 ปีลักษณะผอมคล่อมรถจยย.ฮอนด้าเวฟ ดำ-แดง อยู่กับบุตรชายวัยประมาณ 5 ปี ส่วนหญิงสาวอายุประมาณ 35 ปีที่ซ้อนท้ายมาก็ได้เดินลงมาซื้อข้าวสาร10กิโลกรัมราคา 200 บาทที่ร้านแล้วส่งธนบัตรฉบับละ1000บาทให้ ด.ช.ทินภัทร กกกลาง อายุ14 ปี บุตรชายของตน ที่เป็นคนขายข้าวสารให้
ในระหว่างที่บุตรชายของตนกำลังหาเงินทอนอยู่นั้นหญิงสาวคนดังกล่าวก็ได้ถามว่าเงินทอนได้หรือยัง แล้วก็เดินเข้าไปหาแล้วใช้อาวุธมีดจี้ที่เอวแล้วบังคับให้หยิบเงินที่อยู่ในลิ้นชักจำนวน800บาทออกมาแล้วเดินไปขึ้นรถจยย.ที่ผู้ชายคล่อมอยู่หลบหนีไปพร้อมข้าวสาร ซึ่งเป็นข้าวปลายหอมน้ำหนัก10 กิโลกรัม เงินสดอีก 800 บาท โดยทั้งสองสามีภรรยานั้นน่าจะเป็นชาวกัมพูชาเพราะสำเนียงพูดไทยไม่ชัดและข้าวปลายหอมที่หญิงสาวมาซื้อนั้นเป็นที่นิยมของชาวกัมพูชาซื้อหาไปรับประทานกันซึ่งเด็กชายผู้เสียหายจำหน้าหญิงสาวคนที่ใช้มีดจี้ชิงข้าวสารและเงินสดไปได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนอนยังเก็บไปฝันว่าสองผัวเมียและเด็กย้อนกับมาซื้อของที่ร้านขายข้าวสารของตนเองอีกครั้ง ซึ่งทางชุดสืบสวนสภ.หนองขาม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบเด็กชายที่ถูกจี้แล้วพบว่ามีข้อมูลของผู้ก่อเหตุอยู่โดยลักษณะก่อเหตุเหมือนในพื้นที่สภ.บ่อวินเมื่อไม่นานมานี้ลักษณะการก่อเหตุคล้ายกันมาก คาดว่าจะเป็นคนร้ายพ่อแม่นำลูกมาด้วย และไม่ใช่คนไทยอย่างแน่นอนที่กล้าก่อเหตุแบบนี้กับเด็กชายแค่วัย14ปี ซึ่งจะสืบสวนและติดตามชายหญิงลักษณะดังกล่าวที่ไปไหนมาไหนด้วยการนำเด็กไปด้วย มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป