เวบไซต์สมุย ไทมส์ ระบุว่า เวบไซต์สนุก รายงานว่า ผู้บัญชาการตำรวจสุราษฎร์ธานีสั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย และหนังสือพิมพ์เดลีเมล์ของอังกฤษเกี่ยวกับข่าวเด็กสาวชาวอังกฤษอ้างว่า เธอถูกมอมยา ถูกชิงทรัพย์และถูกข่มขืนบนเกาะเต่าเมื่อ 26 มิ.ย.
และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ของไทย รายงานอ้าง พล.ต.ต. อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า สื่อท้องถิ่น ซึ่งเขาต้องการหมายถึงสมุย ไทมส์ เคยรายงานข่าวทำลายชื่อเสียงเกาะเต่าตั้งแต่เหตุการณ์ฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า และเตือนว่าอาจมีการตั้งข้อหาดำเนินคดีกับสื่อดังกล่าวฐานละเมิดกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
สมุย ไทมส์ ยืนยันว่า ได้เปิดประเด็นข่าวบนเกาะเต่าอีกครั้งจนถูกสื่อกระแสหลักต่างชาตินำไปรายงานต่อ เหมือนกรณีที่เคยรายงานการหายตัวไปของเด็กหญิงชาวรัสเซียที่เกาะเต่าเมื่อ 15 ก.พ.2560 และในกรณีเด็กสาวชาวอังกฤษรายล่าสุด หนังสือพิมพ์ได้รับการติดต่อจากแม่ของเหยื่อ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
และแม้สื่อไทยและทางการท้องถิ่นกล่าวหาว่า สมุย ไทมส์ รายงานข่าวลวง แต่ก็พยายามตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของเด็กสาวชาวอังกฤษ
สมุย ไทมส์ ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาทำลายชื่อเสียงเกาะเต่า แต่เป็นห่วงอย่างมากว่าอาชญากรรมบนเกาะเต่าจะไม่ได้รับการสอบสวน และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนเพียงหลังจากสมุย ไทมส์ รายงานเปิดประเด็นข่าวนี้
สมุย ไทมส์ ยังตอบโต้ข้อกล่าวหาในโซเชียล มีเดีย ที่บอกว่า ทางเวบไซต์ลบข่าวนี้ออกจากเวบไซต์ไปแล้ว โดยยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพียงแต่ว่าข่าวนี้ไม่ได้ปรากฏในหน้าโฮมเพจที่จะโพสข่าวใหม่ในแต่ละวัน และหากค้นหา ก็จะยังพบข่าวต้นฉบับอยู่
นอกจากนี้สมุย ไทมส์ ยังยืนยันเนื้อหาของข่าวนี้ และบอกว่ามีหลักฐานเพียงพอจากครอบครัวของเหยื่อที่สามารถพิสูจน์ในศาลไหนในประเทศไหนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวลวง
สมุย ไทมส์ ยังบอกว่า เป็นเรื่องง่ายสำหรับเกาะเต่า ที่จะชี้นิ้วโทษสื่อว่ารายงานข่าวสร้างความเสียหายให้เกาะ หรือ รายงานว่า นักท่องเที่ยวแบ็คแพ็ควัยหนุ่มสาวสร้างปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอลล์หรือใช้ยา แต่จะมีประโยชน์มากกว่า หากหยุดโทษสื่อและเหยื่อ และแสดงให้ทั่วโลกเห็นว่า เกาะเต่ามีการรักษาความสงบเรียบร้อย
โดยตำรวจอย่างเหมาะสม และอาชญกรรมได้รับการสอบสวนอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ปล่อยจนนานหลายเดือนทำให้หลักฐานหายหมดแล้ว และไม่ใช่สอบสวนหลังจากมีการเผยแพร่ข่าวจนกลายเป็นที่สนใจของทั่วโลก
ข่าวต้นฉบับ >คลิก<