สำหรับราคาทุเรียนที่สูงขึ้นในปีนี้เกิดจากความต้องการทุเรียนในประเทศจีนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดมากถึง 70 - 80% โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดการค้าตลาดออนไลน์ ที่รัฐบาลไทยร่วมกับ Tmall.com ภายใต้บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป และ JD.com เพื่อส่งเสริมการขายทุเรียนผ่านเว็บไซต์ และคาดว่าในอนาคตจะมีความร่วมมือกับ amazon.com เพื่อนรุกตลาดอเมริกาและยุโรปต่อไป
สำหรับฤดูทุเรียนในจังหวัดยะลานับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. -จนถึงขณะนี้ มีผลผลิตอยู่ที่ 32,000 ตัน ในขณะเดียวกันจังหวัดยะลาในฐานะศูนย์กลางทุเรียนของภาคใต้ตอนล่างได้รวบรวมทุเรียนจากจังหวัดโดยรอบ ทั้ง สงขลา สตูล นราธิวาส และปัตตานี คาดการณ์ว่า จนถึงกลางเดือนกันยายน นี้ ยังคงมีทุเรียน ที่รอการส่งออกอีกประมาณ 10,000 ตัน ทำให้มีผลรวมมากถึง 42,000 ตัน มูลค่ารวมแล้วประมาณ 1890 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีความคาดหวังว่าในอนาคตจังหวัดยะลาจะกลายเป็นแหล่งทุเรียนใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ โดยฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนจะเริ่มจากจังหวัดในภาคตะวันออก อย่างจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราด ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ต่อด้วยจังหวัดชุมพร และปิดท้ายด้วยจังหวัดยะลาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงกันยายน