"สามมิตร" โต้ 4 พรรคใหญ่ ก่อนกล่าวหาใครให้ย้อนดูตัวเอง
26 ส.ค. 2561 | jirasin_yin

"แกนนำกลุ่มสามมิตร" ป้อง คสช. ไม่ 2 มาตรฐาน โต้ 4 พรรคใหญ่ ก่อนกล่าวหาใครให้ย้อนดูตัวเอง พร้อมขอนักการเมืองอดทนเพื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์
ข่าว
26 ส.ค. 2561 | jirasin_yin

"แกนนำกลุ่มสามมิตร" ป้อง คสช. ไม่ 2 มาตรฐาน โต้ 4 พรรคใหญ่ ก่อนกล่าวหาใครให้ย้อนดูตัวเอง พร้อมขอนักการเมืองอดทนเพื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2561 นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า จากการที่กลุ่มสามมิตรดำเนินกิจการต่างๆของกลุ่มตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2561โดยมีแนวทางในเรื่องความปรองดองของกลุ่มการเมืองและกลุ่มสังคมต่างๆดำเนินการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วนเพื่อสะท้อนไปยังรัฐบาลตามแนวทางของกลุ่มเรา จนทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า คสช.มีสองมาตรฐานให้กลุ่มสามมิตรดำเนินการได้เพียงกลุ่มเดียวโดยไม่มีการห้ามปราม แต่วันนี้กลุ่มการเมืองก็ดำเนินการเช่นเดียวกับกลุ่มสามมิตร แต่ คสช.ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรด้วย ในวันนี้ที่มาแถลงข่าวไม่ได้จะว่าใครหรือกลุ่มไหนทำได้ กลุ่มไหนทำไม่ได้ แต่ไม่อยากให้ทุกคนลืมบริบทของตัวเองที่เคยทำมา โดยนายอนุชาได้นำเอาภาพข่าว คลิปวิดีโอการทำกิจกรรมทางการเมือง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย พร้อมคำให้สัมภาษณ์ของแกนนำพรรคที่ออกมาในช่วงคำสั่ง คสช. เช่นเดียวกับกลุ่มสามมิตรที่ปฏิบัติไม่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ มาเปิดให้ผู้สื่อข่าวได้รับทราบ พร้อมกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาของภาคการเมืองปกติ หลายพรรคอาจไม่ได้ดูพรรคตัวเองว่าทำอะไรมาบ้างในอดีต จึงเผลอเรอวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น
นายอนุชา กล่าวต่อว่า กลุ่มสามมิตรประพฤติปฏิบัติไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากกลุ่มการเมืองกลุ่มอื่นเลย แล้ว คสช. ก็ไม่ได้เลือกปฏิบัติ หรือมีสองมาตรฐานแต่อย่างไร ทั้งนี้การปฏิวัติตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต่างก็ต้องการการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย โดยเฉพาะช่วงรัฐประหารใหม่ๆก็จะมีความเข้มงวดในคำสั่งต่างๆ แต่พอเข้าสู่สถานการณ์ปกติก็มีความผ่อนคลาย ดังนั้นตนมองว่ามันเป็นบริบทของการเมืองที่อยู่ในระหว่างยังเป็นคำสั่งของ คสช. หรือกึ่งเผด็จการกึ่งประชาธิปไตย ซึ่งตอนนี้ตนอยากให้นักการเมืองอดทนเพื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้งที่เราตั้งความหวังไว้ และเดินไปสู่การเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ แต่หลังจากนั้นเลือกตั้งแล้วใครจะไปทำอะไรก็ค่อยไปว่ากันอีกที แต่อยากให้เราถอยหลังคนละก้าวเพื่อนำพาบ้านเมืองไปสู่เป้าหมายคือประชาธิปไตยที่ดีขึ้น เราจำเป็นต้องเดินไปสู่ประชาธิปไตย อะไรที่จะเกิดขึ้นมันเป็นบริบทภาคบังคับที่รัฐธรรมนูญดีไซน์ขึ้นมา ชอบหรือไม่ชอบก็ให้มาว่ากันในวิถีประชาธิปไตยดีกว่า
"ทุกอย่างมันเป็นบริบทที่แตกต่างจากระบบประชาธิปไตยหลายๆซีกโลก แต่ทุกบริบทก็สร้างมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ถ้าทุกคนเข้าใจและปฏิบัติตามได้จะเป็นเรื่องดีบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีประชาชนมาเดินตามท้องถนนแล้วเสียเลือดเสียเนื้อ ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็จะกลับไปในจุดเดิมและคงต้องหันกลับมาดูบริบทของนักการเมืองว่าทำถูกต้องแล้วหรือไม่ ซึ่งตนก็เคยโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ก็ไม่เคยออกมาเคลื่อนไหวใดๆ และก็ยอมอดทนจนถึงวันนี้ ที่ได้มาพูดการเมืองอย่างปกติ" นายอนุชา กล่าว