3. จับตาวิบากกรรมทางการเมืองของประธานาธิบดียโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากทีมงานใกล้ชิดในช่วงการรณรงค์เลือดตั้งเมื่อปี 206 ต้องเผชิญกับการดำเนินคดีทางกฎหมาย ส่งผลต่อความเห็นที่มองว่าผู้นำสหรัฐอาจต้องเข้าสู่กระบวนการถอดถอนจากตำแหน่ง หรือ Impeachment ถูกรุมเร้ามากขึ้น
นับตั้งแต่ยไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความที่ยอมสารภาพผิดในคดีอาญาทั้ง 8 คดี และพอล มานาฟอร์ต อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกศาลสหรัฐตัดสินความผิดข้อหาที่รบกวนพยานในคดีเกี่ยวกับรัสเซียอาจมีส่วนแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016
4. ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรป (EU) ในอัตราระดับ 25% อีก โดยคำกล่าวนี้มีขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ได้ประกาศเลื่อนเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับภาษีนำเข้ารถยนต์
เนื่องจากแผนเดิมมีกำหนดเปิดเผยในเดือนสิงหาคมนี้ เนื่องจากยังคงมีปัญหาต่อการเจรจากับเม็กซิโก แคนาดา และ EU โดยเฉพาะในเดือนที่ผ่านมา ส.ส.สหรัฐกว่า 140 คน ได้ลงนามในจดหมายเรียกร้องให้ยุติการตรวจสอบผลกระทบด้านความมั่นคงที่เป็นผลมาจากการนำเข้ารถยนต์
5. รัสเซียทุ่มซื้อทองกว่า 839,000 ออนซ์ หรือ 25 ตันเมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อนำเข้าเป็นทุนสำรองเงินตรารพหว่างประเทศ หลังจากที่ได้ทำการเทขายบอนด์รัฐบาลสหรัฐเหลือเพียง 10%ของจำนวนที่ถืออยู่ทั้งหมด ทั้งนี้ จากรายงานของ GoldCore.com
โดยที่ขณะนี้รัสเซียมีทองคำสำรองจำนวน 1,969 ตัน หรือเท่ากับ 63.3 ล้านออนซ์ คืดเป็นมูลค่า 76,000 ล้านดอลลาร์ มากเป็นอันดับ 5 ของโลก หลังจากที่ธนาคารกลางรัสเซียได้เทขายบอนด์รัฐบาลสหรัฐมูลค่า 90,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้สักส่วนการถือครองบอนด์ลดลงถึง 90% ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม
ทำให้ทุนสำรองเงินตราของรัสเซียมีมูลค่ารวมเท่ากับ 458,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีสัดส่วนที่เป็นทองคำเพิ่มขึ้นเป็น 17% แล้ว