เนชั่นทีวี

ข่าว

พอล มานาฟอร์ต ถูกศาลรัฐเวอร์จิเนียตัดสินมีความผิดฐานฉ้อโกงธนาคารและเงินภาษี 8 คดี

22 ส.ค. 2561 |

พอล มานาฟอร์ต ถูกศาลรัฐเวอร์จิเนียตัดสินมีความผิดฐานฉ้อโกงธนาคารและเงินภาษี 8 คดี

พอล มานาฟอร์ต ในวัย 69 ปี อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถูกศาลรัฐเวอร์จิเนียตัดสินให้มีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงธนาคารและเงินภาษี 8 คดีจากทั้งหมด 18 คดี


ขณะที่ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายของทรัมป์ ขึ้นให้ปากคำต่อศาล 8 คดีอาญา โดยจะทำการตัดสินคดีเหล่านี้ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้
ด้านรัสเซียทุ่มซื้อทองกว่า 839,000 ออนซ์ หรือ 25 ตันเมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อนำเข้าเป็นทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ หลังจากที่ได้ทำการเทขายบอนด์รัฐบาลสหรัฐเหลือเพียง 10% ของจำนวนที่ถืออยู่ทั้งหมด ทั้งนี้ จากรายงานของ GoldCore.com
1. พอล มานาฟอร์ต ในวัย 69 ปี อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถูกศาลรัฐเวอร์จิเนียตัดสินให้มีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงธนาคารและเงินภาษี 8 คดีจากทั้งหมด 18 คดี
โดยโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่ทำหน้าที่สืบสวนความเกี่ยวพันระหว่างรัสเซียและคณะหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ยื่นฟ้องพอล มานาฟอร์ต ในข้อหาต่างๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังถูกยื่นฟ้องในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ส่งผลให้เขาถูกกักบริเวณและจำเป็นต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัวตลอดเวลา
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นช่วงที่พอล มานาฟอร์ต ทำงานให้กับผู้นำยูเครนที่ฝักใฝ่รัสเซีย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2016 ซึ่งเขาได้เข้าทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายทำแคมเปญตั้งแต่มีนาคม-สิงหาคม 2016
นอกจากนี้ พอล มานาฟอร์ต ยังต้องเผชิญกับการพิจารณาคดีอื่นๆในกรุงวอชิงตัน ดี. ซี. ในข้อหาการฟอกเงินและสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกง ซึ่งจะมีการตัดสินคดีความดังกล่าวในเดือนกันยายนนี้

2. ทางด้านกรณีไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้สารภาพกับเจ้าหน้าที่ FBI เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร ที่เกี่ยวข้องกับความผิดคดีอาญาใน 8 คดี iรวมถึงคดีฉ้อโกงเงิน การหนีภาษี และคดีโกงเงินธนาคาร ที่ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในเมืองแมนฮัตตันวานนี้
โคเฮนกล่าวขณะให้ปากคำว่า เนื่องจากคดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้สมัครชิงตำแหน่งในรัฐบาลกลาง โดยเขาไม่ได้เอ่ยชื่อว่าเป็นใคร ซึ่งเขาได้เก็บข้อมูลที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ลงสมัครและแคมเปญหาเสียงไม่ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ
ทัเงนี้ ผู้พิพากษาวิลเลียม พอลเลย์ จะทำการตัดสินคดีดังกล่าวในวันที่ 12 ธันวาคมนี้


3. จับตาวิบากกรรมทางการเมืองของประธานาธิบดียโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากทีมงานใกล้ชิดในช่วงการรณรงค์เลือดตั้งเมื่อปี 206 ต้องเผชิญกับการดำเนินคดีทางกฎหมาย ส่งผลต่อความเห็นที่มองว่าผู้นำสหรัฐอาจต้องเข้าสู่กระบวนการถอดถอนจากตำแหน่ง หรือ Impeachment ถูกรุมเร้ามากขึ้น
นับตั้งแต่ยไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความที่ยอมสารภาพผิดในคดีอาญาทั้ง 8 คดี และพอล มานาฟอร์ต อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกศาลสหรัฐตัดสินความผิดข้อหาที่รบกวนพยานในคดีเกี่ยวกับรัสเซียอาจมีส่วนแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016

4. ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรป (EU) ในอัตราระดับ 25% อีก โดยคำกล่าวนี้มีขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ได้ประกาศเลื่อนเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับภาษีนำเข้ารถยนต์
เนื่องจากแผนเดิมมีกำหนดเปิดเผยในเดือนสิงหาคมนี้ เนื่องจากยังคงมีปัญหาต่อการเจรจากับเม็กซิโก แคนาดา และ EU โดยเฉพาะในเดือนที่ผ่านมา ส.ส.สหรัฐกว่า 140 คน ได้ลงนามในจดหมายเรียกร้องให้ยุติการตรวจสอบผลกระทบด้านความมั่นคงที่เป็นผลมาจากการนำเข้ารถยนต์

5. รัสเซียทุ่มซื้อทองกว่า 839,000 ออนซ์ หรือ 25 ตันเมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อนำเข้าเป็นทุนสำรองเงินตรารพหว่างประเทศ หลังจากที่ได้ทำการเทขายบอนด์รัฐบาลสหรัฐเหลือเพียง 10%ของจำนวนที่ถืออยู่ทั้งหมด ทั้งนี้ จากรายงานของ GoldCore.com
โดยที่ขณะนี้รัสเซียมีทองคำสำรองจำนวน 1,969 ตัน หรือเท่ากับ 63.3 ล้านออนซ์ คืดเป็นมูลค่า 76,000 ล้านดอลลาร์ มากเป็นอันดับ 5 ของโลก หลังจากที่ธนาคารกลางรัสเซียได้เทขายบอนด์รัฐบาลสหรัฐมูลค่า 90,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้สักส่วนการถือครองบอนด์ลดลงถึง 90% ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม
ทำให้ทุนสำรองเงินตราของรัสเซียมีมูลค่ารวมเท่ากับ 458,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีสัดส่วนที่เป็นทองคำเพิ่มขึ้นเป็น 17% แล้ว

ข่าวล่าสุด